
ซาวด์บาร์แทบทุกรุ่นในตลาดมีหน้าตาเหมือนกัน คือแท่งสี่เหลี่ยมสีดำที่วางอยู่ใต้ทีวี มีไฟ LED ดวงเล็กกะพริบบอกสถานะ และถ้าอยากรู้ว่ากำลังเปิดเพลงอะไร หรืออยากปรับ EQ ก็ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอปทุกครั้ง
ความไม่สะดวกนี้ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ในการใช้งานจริงมันกวนใจกว่าที่คิด ยิ่งเมื่อซาวด์บาร์ยุคใหม่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ขยายเสียงทีวี แต่กลายเป็นเครื่องเล่นเพลงหลักของห้องนั่งเล่นด้วย การต้องหยิบมือถือทุกครั้งเพื่อเปลี่ยนเพลงหรือสลับแหล่งสัญญาณจึงกลายเป็นอุปสรรคของการใช้งานประจำวัน
WiiM Bar เลือกแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุด คือ ใส่หน้าจอสัมผัสสีแบบวงกลมขนาด 2.1 นิ้วไว้บนตัวเครื่อง ให้คุณควบคุมเพลง เปลี่ยนแหล่งสัญญาณ ปรับ EQ และเรียกใช้ Smart Presets ได้ทันทีด้วยปลายนิ้ว พร้อมแสดงปกอัลบั้มขณะฟังเพลง เปลี่ยนซาวด์บาร์จากกล่องดำใต้ทีวีให้เป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งห้อง
แต่หน้าจอไม่ใช่เรื่องเดียวที่น่าสนใจ WiiM Bar เป็นซาวด์บาร์ระบบ 3.0.2 แชนแนล รองรับ Dolby Atmos และ DTS:X ด้วยระบบลำโพง 8 ไดรเวอร์ กำลังขับรวม 135 วัตต์ มีระบบปรับจูนห้องอัตโนมัติ AI RoomFit รองรับการสตรีมเพลงกว่า 20 บริการ และ ขยายเป็นระบบ 5.1.2 แบบไร้สายได้ในอนาคต โดยไม่ต้องเดินสายลำโพงรอบห้อง
บทความนี้จะพาไปดูทุกส่วนของ WiiM Bar ตั้งแต่หน้าจอและการควบคุม ระบบอะคูสติก ระบบปรับแต่งเสียงอัจฉริยะ การเชื่อมต่อ ไปจนถึงแนวทางการขยายระบบ และสเปกทางเทคนิคครบทุกข้อ
ซาวด์บาร์พร้อมหน้าจอสัมผัส WiiM Bar รองรับ Dolby Atmos
2.1 หน้าจอสัมผัส จุดที่ทำให้ WiiM Bar ต่างจากทุกรุ่นในตลาด

จุดเด่นที่เห็นได้ทันทีคือหน้าจอทรงกลมบนตัวเครื่อง
สเปกของหน้าจอ
- ขนาด 2.1 นิ้ว แบบ Full Color LCC ความละเอียดสูง
- ปิดหน้าด้วย กระจก (Glass Covered)
- รองรับระบบสัมผัส ควบคุมได้โดยตรง
สิ่งที่หน้าจอแสดงได้
| หมวด | รายละเอียด |
| ข้อมูลเพลง | ปกอัลบั้ม (Album Art), เพลงที่กำลังเล่น |
| สถานะเครื่อง | เวลา, ค่า EQ, Smart Presets, Recently Played |
| โหมดพักหน้าจอ | นาฬิกาหลายรูปแบบ, Dynamic Wallpaper, Album Art Standby |
สิ่งที่ควบคุมได้จากหน้าจอโดยไม่ต้องใช้มือถือ
- เล่น หยุด ข้ามเพลง และกด Like
- เปลี่ยนแหล่งสัญญาณ (Source)
- ปรับ EQ เบื้องต้น
- เรียกใช้ Smart Presets กดครั้งเดียวเพื่อเปิดเพลย์ลิสต์ สถานีโปรด Routine หรือ Smart Scene
- เข้าถึง Recently Played เพลงที่เพิ่งเปิดล่าสุด
นอกจากหน้าจอ ตัวเครื่องยังมี ปุ่ม Capacitive ที่มีไฟส่องขึ้นเมื่อมือเข้าใกล้ ได้แก่ Volume +, Volume –, Play/Pause และ Source พร้อม Status LED แบบ RGB + White บอกสถานะการทำงาน
ประโยชน์จริงของหน้าจอ ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่คือการที่ทุกคนในบ้านใช้งานได้ ไม่ต้องติดตั้งแอป ไม่ต้องรู้รหัส Wi-Fi และไม่ต้องรอให้เจ้าของบ้านมาเปิดเพลงให้
2.2 ระบบอะคูสติก 8 ไดรเวอร์ และ Dolby Atmos 3.0.2

WiiM Bar ออกแบบระบบอะคูสติกใหม่ทั้งหมด ประกอบด้วย ลำโพง 8 ตัว ทำงานร่วมกับ Passive Radiator 4 ตัว กำลังขับรวมสูงสุด 135 วัตต์
| ส่วนประกอบ | จำนวน | ขนาด | หน้าที่ |
| Mid-Woofer ด้านหน้า | 3 ตัว | 110 × 52 มม. | เสียงร้องและย่านกลาง พร้อมพลังเสียงที่หนักแน่น |
| Tweeter ด้านหน้า | 3 ตัว | 52 × 52 มม. | เสียงแหลมที่คมชัด โปร่ง แม่นยำ |
| Height Driver (ยิงขึ้นด้านบน) | 2 ตัว | 52 × 52 มม. | สะท้อนเพดานสร้างมิติ Dolby Atmos และ DTS:X |
| Passive Radiator | 4 ตัว (หน้า 2 หลัง 2) | 115 × 50 มม. | เพิ่มแรงปะทะเสียงเบสโดยไม่ต้องใช้ซับวูฟเฟอร์ภายใน |
ตัวเลข 3.0.2 แปลว่าอะไร
- 3 = ลำโพงระดับหู 3 แชนแนล (ซ้าย เซ็นเตอร์ ขวา)
- 0 = ยังไม่มีซับวูฟเฟอร์แยก
- 2 = แชนแนลความสูง 2 ตัว สำหรับเสียงเหนือศีรษะ
ไดรเวอร์ยิงขึ้น (Top-Firing) ทำงานอย่างไร แทนที่จะติดลำโพงไว้บนเพดาน ไดรเวอร์คู่นี้ยิงเสียงขึ้นไปกระทบเพดานแล้วสะท้อนลงมาสู่หูผู้ฟัง ทำให้รู้สึกว่าเสียงมาจากด้านบนจริง ๆ เสียงฝนตก เฮลิคอปเตอร์บินผ่าน หรือเสียงบรรยากาศรอบตัวจึงถ่ายทอดออกมาได้สมจริง โดยไม่ต้องเจาะฝ้าหรือเดินสายเหนือฝ้า
บทบาทของ Passive Radiator คือส่วนที่น่าสนใจเป็นพิเศษ การวางไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 2 ตัวต่อฝั่ง ช่วยเพิ่มพลังเสียงเบสจากตัวซาวด์บาร์เอง ทำให้ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มซับวูฟเฟอร์ตั้งแต่วันแรก ซึ่งช่วยลดงบประมาณเริ่มต้นได้มาก
2.3 ระบบปรับแต่งเสียงอัจฉริยะ

ห้องแต่ละห้องมีขนาด รูปทรง วัสดุ และตำแหน่งวางที่ต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อเสียงที่ได้ยินโดยตรง WiiM Bar จึงมาพร้อมชุดเทคโนโลยีที่ปรับให้เองโดยอัตโนมัติ
AI RoomFit™ ปรับเสียงให้เข้ากับห้องด้วยมือถือเครื่องเดียว
เพียงแตะปุ่มเดียวใน WiiM Home App ระบบจะ ใช้ไมโครโฟนของสมาร์ทโฟน วิเคราะห์ขนาดห้อง การสะท้อนของเสียง ตำแหน่งการวางลำโพง และสภาพแวดล้อมภายในห้อง จากนั้นคำนวณและปรับการตอบสนองความถี่ให้เหมาะสม
ผลลัพธ์คือ เสียงที่สมดุลมากขึ้น เบสไม่บวมหรือบางเกินไป เสียงร้องชัดเจน และฟังได้นานโดยไม่ล้าหู ทั้งหมดนี้โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์วัดเสียงเพิ่ม และไม่ต้องเสียเวลานั่งปรับ EQ ด้วยตนเอง
Clear Voice และ AI Dialog Enhancement แก้ปัญหาฟังบทพูดไม่ชัด
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในการดูหนังที่บ้านคือเสียงดนตรีประกอบและเอฟเฟกต์กลบบทสนทนา ระบบนี้ช่วยเพิ่มความโดดเด่นของเสียงพูด ทำให้บทสนทนาลอยออกมาจากฉากหลัง ชัดเจนแม้เปิดเสียงเบา เหมาะกับทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ รายการข่าว และสารคดี
Night Mode ดูหนังตอนดึกได้โดยไม่รบกวนใคร
Night Mode ลดความแตกต่างระหว่างเสียงเบาและเสียงดัง (Dynamic Range) โดยลดเสียงระเบิดและเสียงเบสลง แต่ยังคงความชัดของเสียงพูดไว้ ทำให้ดูหนังในระดับเสียงที่ไม่สูงได้โดยยังได้รายละเอียดครบ เหมาะอย่างยิ่งกับคอนโด อพาร์ตเมนต์ หรือบ้านที่มีสมาชิกพักผ่อนในช่วงกลางคืน
โหมดเสียงสำเร็จรูป 4 โหมด
| โหมด | ปรับอะไร | เหมาะกับ |
| Movie Mode | ขยายเวทีเสียง เพิ่มมิติรอบทิศทาง เสริมเอฟเฟกต์เหนือศีรษะ | ภาพยนตร์ ฉากแอ็กชัน กีฬา คอนเสิร์ต |
| Music Mode | เวทีเสียงกว้างขึ้น แยกชิ้นดนตรีชัด เสียงร้องเป็นธรรมชาติ | Pop, Jazz, Rock, Classical, Live |
| Voice Enhance Mode | เน้นความชัดของเสียงพูด | ข่าว สารคดี รายการทีวี |
| Night Mode | ลดช่วงไดนามิก คงความชัดของบทพูด | ดูหนังกลางคืน |
EQ ที่ละเอียดกว่าซาวด์บาร์ทั่วไปมาก
นี่เป็นจุดที่สะท้อนรากเหง้าของ WiiM ในฐานะแบรนด์เครื่องเล่นสตรีมมิงสำหรับคนเล่นเครื่องเสียง
- Preset EQ 24 รูปแบบ
- Graphic EQ 10 แบนด์
- Parametric EQ 10 แบนด์
- ตั้งค่า EQ แยกตามแหล่งสัญญาณแต่ละช่องได้
ความสามารถตั้ง EQ แยกตาม Input คือฟีเจอร์ที่มีประโยชน์จริงมาก เพราะเสียงจากทีวี เสียงจากการสตรีมเพลง และเสียงจากเครื่องเล่นแผ่น ต้องการการปรับแต่งไม่เหมือนกัน
2.4 การควบคุม 4 ช่องทาง

WiiM Bar ออกแบบให้ทุกคนในบ้านใช้งานได้ ไม่ใช่แค่คนที่ติดตั้งแอป
1. หน้าจอสัมผัสบนตัวเครื่อง สำหรับการใช้งานประจำวันที่รวดเร็วที่สุด
2. WiiM Home App สำหรับฟังก์ชันครบถ้วน ได้แก่ Setup, Streaming, Group, RoomFit, EQ, Firmware และ Device Control ทั้งหมดในแอปเดียว
3. คำสั่งเสียง รองรับ Amazon Alexa และ Google Assistant โดยเชื่อมต่อร่วมกับอุปกรณ์ที่รองรับ เช่น Amazon Echo หรือ Google Nest สั่งเล่น หยุด เปลี่ยนเพลง ปรับเสียง และเปลี่ยนแหล่งสัญญาณแบบแฮนด์ฟรีได้
4. WiiM Bar Remote รีโมตที่ให้มาในกล่อง จุดที่น่าสนใจคือ
- แบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ ไม่ต้องคอยเปลี่ยนถ่าน
- ควบคุม Playback, Volume, Source, Sound Mode, Mute และ Standby
- รองรับ Push-to-Talk Alexa กดปุ่มสนทนาแล้วพูดคำสั่งได้ทันที
- มีปุ่มเรียก Smart Presets เพื่อเปิดเพลงหรือแหล่งสัญญาณโปรดด้วยปุ่มเดียว
2.5 การเชื่อมต่อที่ครบครันกว่าซาวด์บาร์ทั่วไป

HDMI eARC และฟอร์แมตเสียงที่รองรับ
เชื่อมต่อทีวีผ่าน HDMI eARC เพื่อส่งผ่านสัญญาณเสียงคุณภาพสูงแบบไม่บีบอัด รองรับการถอดรหัส
| ฟอร์แมต |
| LPCM |
| Dolby Atmos |
| Dolby TrueHD |
| Dolby Digital Plus (DD+) |
| AC3 |
| DTS |
| DTS:X (รองรับเต็มรูปแบบ) |
การรองรับทั้ง Dolby Atmos และ DTS:X เป็นจุดที่ควรสังเกต เพราะซาวด์บาร์หลายรุ่นในระดับราคาเดียวกันรองรับเฉพาะ Dolby Atmos เท่านั้น
ระบบเครือข่าย
- Wi-Fi 6E รองรับทั้ง 2.4 GHz, 5 GHz และ 6 GHz มาตรฐาน 802.11 b/g/n/ax เพื่อการสตรีมเพลงความละเอียดสูงที่เสถียร
- Ethernet 10/100 Mbps สำหรับผู้ที่ต้องการความเสถียรสูงสุด
- Bluetooth 5.4 รองรับ BLE, A2DP รับและส่ง, AVRCP และ HID
จุดที่น่าสนใจของ Bluetooth คือรองรับทั้งการรับและการส่งสัญญาณ
- Bluetooth Input รับจากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ทีวี และแล็ปท็อป
- Bluetooth Output ส่งไปยังลำโพง หูฟัง หรือหูฟังไร้สาย (สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ)
ฟีเจอร์ส่งออกทาง Bluetooth มีประโยชน์สำหรับการดูหนังตอนดึกด้วยหูฟังโดยไม่รบกวนใครเลย และยังรองรับ LE Audio ผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ในอนาคต
ช่องเชื่อมต่ออื่น
- Optical In
- Line In (อะนาล็อก)
- USB Host รองรับ USB Storage และสร้าง Media Library
USB Media Library เป็นฟีเจอร์ที่คนเล่นเครื่องเสียงจะชอบ เพราะช่อง USB Host อ่านไฟล์จาก USB Drive และ External Storage ที่รองรับได้ แล้ว สร้างเป็น Media Server ให้เครื่อง WiiM และอุปกรณ์ DLNA อื่นในเครือข่ายเดียวกันเข้าถึงไฟล์ได้ รองรับระบบไฟล์ FAT32, NTFS และ EXT4 (เมื่อรองรับ) เลือกเพลงและควบคุมทั้งหมดผ่าน WiiM Home App
2.6 ระบบสตรีมมิงที่เปิดกว้าง

นี่คือจุดแข็งที่ WiiM สั่งสมมาจากการเป็นแบรนด์เครื่องเล่นสตรีมมิง WiiM Bar รองรับบริการสตรีมเพลง มากกว่า 20 บริการ และสำคัญกว่านั้นคือรองรับโปรโตคอลการเชื่อมต่อโดยตรงหลายแบบ
โปรโตคอลที่รองรับ
| โปรโตคอล |
| Spotify Connect |
| TIDAL Connect |
| Qobuz Connect |
| Google Cast Audio / Chromecast Audio |
| Amazon Music Cast |
| DLNA / UPnP |
| LMS (Logitech Media Server) |
| Qplay 3.0 |
| Roon |
ทำไม Connect จึงดีกว่า Bluetooth เพราะเมื่อใช้ Spotify Connect หรือ TIDAL Connect ตัวซาวด์บาร์จะดึงสตรีมจากอินเทอร์เน็ตเอง ไม่ได้ส่งผ่านมือถือ ทำให้ คงคุณภาพเสียงระดับสูงจากต้นทาง ไม่สูญเสียจากการบีบอัดของ Bluetooth และมือถือยังใช้งานอย่างอื่นหรือรับสายได้โดยเพลงไม่สะดุด
การรองรับ Roon เป็นจุดที่คนเล่นเครื่องเสียงจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะซาวด์บาร์ที่ Roon Ready มีไม่กี่รุ่นในตลาด
ตัวอย่างบริการเพลงที่รองรับ Spotify, Amazon Music, YouTube Music, TIDAL, Qobuz, Deezer, TuneIn, SoundCloud, Pandora, iHeartRadio, vTuner, Napster, SoundMachine, KKBOX และ Soundtrack Your Brand
2.7 ขยายระบบเป็น 5.1.2 แบบไร้สาย ทีละขั้นตามงบ

แนวคิดการออกแบบของ WiiM Bar คือ "Start with the Bar. Build the Theater." เริ่มจากซาวด์บาร์ตัวเดียว แล้วค่อยขยายเมื่อพร้อม
Step 1 — เริ่มจากระบบ 3.0.2
ตั้งแต่แกะกล่องก็ได้ระบบเสียงรอบทิศทางที่รองรับ Dolby Atmos และ DTS:X ทันที โดยไม่ต้องติดตั้งลำโพงหลายตัวหรือเดินสายให้ยุ่งยาก ถ่ายทอดเสียงฝนตก เฮลิคอปเตอร์บินผ่าน และเสียงบรรยากาศรอบตัวได้สมจริง
Step 2 — เพิ่มลำโพง Surround ไร้สาย
เพิ่มลำโพง Surround ของ WiiM ที่รองรับ วางไว้ด้านหลังตำแหน่งรับฟัง เสียงเอฟเฟกต์จะถูกดึงออกจากหน้าจอให้เคลื่อนที่รอบตัวอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งเสียงรถวิ่งผ่านด้านหลัง เสียงฝนรอบทิศทาง และเสียงผู้ชมในสนามกีฬา
เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อแบบไร้สาย จึงไม่ต้องเดินสายจากหน้าห้องไปหลังห้อง ซึ่งเป็นงานที่ยุ่งยากที่สุดในการติดตั้งระบบเซอร์ราวด์แบบเดิม
Step 3 — เพิ่มซับวูฟเฟอร์ สู่ระบบ 5.1.2
เมื่อเพิ่มซับวูฟเฟอร์ของ WiiM ที่รองรับ ระบบจะยกระดับเป็น 5.1.2 Channel Home Theater เสียงระเบิดมีแรงปะทะมากขึ้น เสียงเครื่องยนต์หนักแน่นสมจริง และเสียงดนตรีมีมิติและพลังมากขึ้น
ข้อดีของแนวคิดนี้
- ลงทุนได้อย่างคุ้มค่า ไม่ต้องซื้อชุดใหญ่ตั้งแต่วันแรก
- ขยายได้ในอนาคต โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด
- ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเดินสาย ห้องยังดูเรียบร้อยสวยงาม
- ยืดหยุ่นตามพื้นที่ ปรับได้ตามขนาดห้องและงบประมาณ
ระบบ Multi-room และ WiiM Ecosystem
WiiM Bar ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ WiiM อื่นในบ้านได้อย่างสมบูรณ์ ทั้ง WiiM Amp Ultra, WiiM Ultra, WiiM Amp Pro, WiiM Sub Pro และลำโพง WiiM ที่รองรับ สามารถจัดกลุ่มเล่นเพลงพร้อมกันทั้งบ้าน และยังใช้งานร่วมกับ Alexa Multi-room และ Google Cast Multi-room ได้
สเปกโดยสรุป WiiM Bar
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| ชื่อรุ่น / Model | WiiM Bar / BAR001 |
| ประเภท | ซาวด์บาร์อัจฉริยะ (Display-First Smart Soundbar) |
| ระบบเสียงมาตรฐาน | 3.0.2 Channel |
| ขยายได้สูงสุด | 5.1.2 Channel (Surround + Subwoofer ของ WiiM จำหน่ายแยก) |
| ระบบลำโพง | 8 ไดรเวอร์ + Passive Radiator 4 ตัว |
| Mid-Woofer | 3 ตัว ขนาด 110 × 52 มม. |
| Tweeter | 3 ตัว ขนาด 52 × 52 มม. |
| Height Driver | 2 ตัว ขนาด 52 × 52 มม. (Top-Firing) |
| Passive Radiator | 4 ตัว ขนาด 115 × 50 มม. (หน้า 2 หลัง 2) |
| กำลังขับรวม | 135 วัตต์ |
| ฟอร์แมตเสียง | LPCM, Dolby Atmos, Dolby TrueHD, DD+, AC3, DTS, DTS:X |
| หน้าจอ | สัมผัสสี 2.1 นิ้ว ทรงกลม Full Color LCD ปิดกระจก |
| ปรับจูนห้อง | AI RoomFit™ |
| ระบบเสียงอัจฉริยะ | Clear Voice, AI Dialog Enhancement, Night Mode |
| โหมดเสียง | Movie, Music, Voice Enhance, Night |
| EQ | Preset 24 รูปแบบ, Graphic EQ 10 แบนด์, Parametric EQ 10 แบนด์, แยกตาม Input |
| การเชื่อมต่อทีวี | HDMI eARC |
| ช่องต่ออื่น | Optical In, Line In, USB Host |
| เครือข่าย | Wi-Fi 6E (2.4/5/6 GHz, 802.11 b/g/n/ax), Ethernet 10/100 Mbps |
| Bluetooth | 5.4 (BLE, A2DP รับ-ส่ง, AVRCP, HID) รองรับ LE Audio ในอนาคต |
| สตรีมมิง | Spotify/TIDAL/Qobuz Connect, Google Cast, Amazon Music Cast, DLNA/UPnP, LMS, Qplay 3.0, Roon |
| การควบคุม | หน้าจอสัมผัส, WiiM Home App, Alexa, Google Assistant, รีโมต |
| ขนาด | 1060 × 105 × 80 มม. (สูงไม่รวมฐาน 80 มม.) |
| น้ำหนัก | 5 กิโลกรัม |
| การติดตั้ง | วางบนชั้นวางทีวี หรือติดผนัง (มีขายึดในกล่อง) |
| ระบบไฟ | 100–240V AC, 50/60 Hz |
| อุปกรณ์ในกล่อง | ตัวเครื่อง, รีโมต, คู่มือ, สายไฟ AC, สาย HDMI, สาย Optical, ขายึดผนัง 2 ชุดพร้อมสกรู |
| กำหนดวางจำหน่าย | ไตรมาสที่ 3 ปี 2026 |
| ราคาเปิดตัว | 479 ดอลลาร์สหรัฐ |
จุดแข็งที่ทำให้ WiiM Bar น่าสนใจ

- หน้าจอสัมผัสสี 2.1 นิ้วบนตัวเครื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในซาวด์บาร์ระดับราคาเดียวกัน ควบคุมได้ทันทีโดยไม่ต้องหยิบมือถือ และยังแสดงปกอัลบั้มเพิ่มความสวยงามให้ห้อง
- Dolby Atmos และ DTS:X 3.0.2 จาก 8 ไดรเวอร์และ Passive Radiator 4 ตัว ให้เบสที่ดีพอโดยยังไม่ต้องซื้อซับ
- AI RoomFit ปรับเสียงให้เข้ากับห้องด้วยไมโครโฟนมือถือ ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์วัดเสียง
- EQ ระดับลึก Graphic EQ และ Parametric EQ 10 แบนด์ พร้อมตั้งค่าแยกตามแหล่งสัญญาณ
- ระบบสตรีมมิงเปิดกว้าง รองรับกว่า 20 บริการ รวมถึง Roon ซึ่งมีในซาวด์บาร์ไม่กี่รุ่น
- ขยายเป็น 5.1.2 แบบไร้สาย ลงทุนทีละขั้นตามงบ ไม่ต้องเดินสายรอบห้อง
- Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.4 ทั้งรับและส่งสัญญาณ ฟังด้วยหูฟังไร้สายได้
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่อยู่คอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ ที่ต้องการอัปเกรดเสียงทีวีโดยไม่ติดลำโพงรอบห้อง และมี Night Mode สำหรับดูหนังตอนดึก
- คนที่ใช้ซาวด์บาร์เป็นเครื่องเล่นเพลงหลักด้วย เพราะได้ทั้งหน้าจอแสดงปกอัลบั้ม ระบบสตรีมมิงที่ครบ และ EQ ที่ปรับได้ลึก
- ผู้ที่งบจำกัดแต่อยากได้โฮมเธียเตอร์เต็มรูปแบบในอนาคต เริ่มจากตัวเดียวแล้วค่อยเพิ่มเซอร์ราวด์และซับ
- บ้านที่มีหลายคนใช้งาน เพราะหน้าจอสัมผัสและคำสั่งเสียงทำให้ทุกคนใช้ได้โดยไม่ต้องติดตั้งแอป
- ผู้ที่มีอุปกรณ์ WiiM อยู่แล้ว จัดกลุ่ม Multi-room ร่วมกับ WiiM Amp, Ultra, Pro, Mini ได้ทันที
- คอเกมและคนดูกีฬา ที่ต้องการมิติเสียงรอบทิศทางและ Movie Mode ที่ขยายเวทีเสียง
ข้อควรทราบก่อนตัดสินใจ
- ไม่รองรับ AirPlay 2 ข้อนี้สำคัญมากสำหรับผู้ใช้ iPhone, iPad หรือ Mac ที่คุ้นเคยกับการสั่ง AirPlay โดยตรง อย่างไรก็ตามยังสตรีมได้ผ่าน Spotify Connect, TIDAL Connect, Qobuz Connect, Google Cast และ Bluetooth 5.4
- ไดรเวอร์ยิงขึ้นต้องอาศัยเพดานสะท้อนเสียง เพดานเรียบและแข็งจะให้ผลดีกว่าเพดานลาดเอียง เพดานสูงมาก หรือเพดานที่มีวัสดุซับเสียง
- ลำโพง Surround และ Subwoofer จำหน่ายแยกต่างหาก หากวางแผนทำระบบ 5.1.2 ควรคำนวณงบส่วนนี้เพิ่ม
- LE Audio ยังไม่พร้อมใช้ทันที ต้องรอการอัปเดตซอฟต์แวร์ในอนาคต
- ความยาวตัวเครื่อง 1060 มม. ควรวัดพื้นที่ใต้ทีวีหรือจุดติดผนังให้แน่ใจก่อน
WiiM Bar ไม่ได้พยายามเป็นซาวด์บาร์ที่ดังที่สุดหรือมีแชนแนลมากที่สุดในตลาด แต่เลือกตอบโจทย์ที่ชัดเจนกว่านั้น คือการเป็น ศูนย์กลางความบันเทิงของห้องนั่งเล่นที่ใช้งานง่าย เสียงดีทั้งหนังและเพลง และเติบโตไปกับคุณได้
หน้าจอสัมผัสทำให้การใช้งานทุกวันสะดวกขึ้นจริง ระบบสตรีมมิงที่เปิดกว้างรวมถึง Roon สะท้อนว่านี่คือซาวด์บาร์ที่ออกแบบโดยคนที่เข้าใจคนฟังเพลง และแนวคิดขยายเป็น 5.1.2 แบบไร้สายช่วยลดกำแพงด้านงบประมาณให้คนที่อยากมีโฮมเธียเตอร์แต่ยังไม่พร้อมลงทุนก้อนใหญ่
สำหรับใครที่มองหาซาวด์บาร์ที่เป็นมากกว่าแค่ตัวขยายเสียงทีวี WiiM Bar คือคำตอบที่ตรงและคุ้มค่า
สนใจ WiiM Bar หรืออยากฟังเสียงจริงก่อนตัดสินใจ?
ทีมงาน Sound Republic ยินดีให้คำแนะนำตามขนาดห้องและลักษณะการใช้งานของคุณ พร้อมช่วยวางแผนการขยายระบบในอนาคต ติดต่อเราได้ที่ 02-448-5489 หรือทุกช่องทางของเรา




