fbpx

ลำโพงซาวด์บาร์กับลำโพง2.0 แตกต่างกันอย่างไร

ลำโพงซาวด์บาร์กับลำโพง2.0 แตกต่างกันอย่างไร

ในสถานการณ์ที่หลายๆคนก็ต่างเลือกที่จะยอมนอนดูหนังอยู่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงและสิ่งที่หลายๆคนสงสัยก็คือ ลำโพงซาวด์บาร์กับลำโพง2.0 แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำลำโพงซาวด์บาร์และลำโพง2.0 ว่าตัวไหนดีและคุ้ม รวมทั้งบอกว่าลำโพงซาวด์บาร์กับลำโพง2.0 แตกต่างกันอย่างไร ไปดูกันเลยครับ

ลำโพงซาวด์บาร์กับลำโพง2.0 แตกต่างกันอย่างไร

ลำโพง2.0 อิสระในการจัดวาง

ลำโพง2.0 นั้นมีอิสระในการวางในขณะดูหนัง หรือ ฟังเพลงมากกว่า เพราะคุณจะสามารถเลือกได้ว่าจะวางลำโพงฝั่งซ้าย-ฝั่งขวาไว้ตรงไหน การวางที่เหมาะสมนั้นควรอยู่ในระดับหู แต่การวางลำโพงแบบ2.0นั้นก็ไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัวอยู่ที่ความพอใจของผู้ฟังมากกว่าครับ

ลำโพงซาวด์บาร์ดูหนัง 100% เด่นเสียงกลาง

ลำโพงซาวด์บาร์นั้นจะเด่นในเรื่องของเสียงกลางไม่ว่าคุณจะดูหนัง ซีรี่ย์ การ์ตูน ฯลฯ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ซึ่งจะต่างกับลำโพง2.0 ที่จะเน้นในการฟังเพลงมากกว่าเพราะในตัวลำโพงซาวด์บาร์นั้นดอกลำโพงที่ให้เสียงกลางและดอกที่ให้เสียงแหลมอยู่ในตำแหน่งที่พุ่งมาหาผู้ฟัง ซึ่งเสียงกลางนั้นจะอยู่ตรงกลางซาวด์บาร์เป็น Center ให้กับผู้ที่ดูหนังจะได้ยินเสียงพูด สนทนา ได้อย่างชัดเจนครบถ้วนและยังมีระบบจำลองเสียง Surround เพื่อให้ได้รับอรรถรสในการชมภาพยนตร์ได้มากยิ่งขึ้น ที่กล่าวไปข้างต้นก็ขึ้นอยู่ที่ผู้ใช้งานแล้วละครับว่าตัวคุณเองนั้นจะเน้นดูหนังหรือฟังเพลงมากกว่ากัน

ลำโพง2.0ดอกไดรเวอร์ใหญ่กว่า

ลำโพง2.0 นั้นจะมีขนาดดอกลำโพงที่ใหญ่กว่าลำโพงซาวด์บาร์ที่จะกำหนดมาแล้วว่าดอกที่ให้เสียงกลางจะขนาดเท่าไหร่ เสียงแหลมจะขนาดเท่าไหร่ แต่ในลำโพง2.0นั้นคุณสามารถเลือกขนาดดอกลำโพงได้ตามความต้องการ

ลำโพงซาวด์บาร์ใช้งานกับ TV ได้เต็มประสิทธิภาพ

ลำโพงซาวด์บาร์นั้นจะทำงานกับ TV ได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่าเพราะจะมีช่องเชื่อมต่อกับ TV โดยตรง ส่วนลำโพง2.0นั้นน้อยมากที่จะมีช่องเชื่อมต่อกับ TV ได้ แต่ทางแบรนด์ Klipsch ก็ได้ออกลำโพง2.0ที่สามารถเชื่อมต่อกับ TV ได้ คือ Klipsch The Fives แต่ก็ต้องยอมรับว่าเสียงกลางนั้นอาจจะเด่นชัดได้ไม่เท่าลำโพงซาวด์บาร์ แต่เป็นที่นิยมมากสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานทั้งดูหนัง ฟังเพลง บอกเลยว่าเอาอยู่ครับ

แนะนำลำโพงซาวด์บาร์

1.ลำโพง Klipsch Cinema 400 Soundbar Wireless Subwoofer

คุณสมบัติของลำโพง Klipsch Cinema 400 Soundbar Wireless Subwoofer

– ลำโพงซาวด์บาร์
– เทคโนโลยี Tractrix Horn 90 x 90
– การตอบสนองความถี่ 31-20kHz
– ค่าความไว 99dB
– มีกำลังขับ 400W
– Soundbar ขนาด 40 นิ้ว
– Subwoofer ขนาด 8 นิ้ว
– ถอดรหัสเสียง Dolby Digital ได้ในตัว

2.ลำโพง Klipsch Cinema 600 Soundbar Wireless Subwoofer

คุณสมบัติของลำโพง Klipsch Cinema 600 Soundbar Wireless Subwoofer

– ลำโพงซาวด์บาร์
– เทคโนโลยี Tractrix Horn 90 x 90
– การตอบสนองความถี่ 28-20kHz
– ค่าความไว 103dB
– มีกำลังขับ 600W
– Soundbar ขนาด 45 นิ้ว
– Subwoofer ขนาด 10 นิ้ว
– ถอดรหัสเสียง Dolby Digital ได้ในตัว

แนะนำลำโพง2.0

1.R-41PM

คุณสมบัติของลำโพง Klipsch R-41PM Powered Speakers

– ลำโพง Powered
– ใช้งานภายในห้องขนาดเล็ก
– การตอบสนองความถี่ (+/-3dB) 76-21kHz
– ค่าความไว 105.5dB
– อัตราทนต่อกำลังขับ 70/140W
– ไดรเวอร์วูฟเฟอร์ขนาด 4 นิ้ว
– ค่าความถี่ 1730Hz
– ขนาด 28.7 x 14.6 x 21.6 เซนติเมตร น้ำหนักสุทธิอยู่ที่ 3.7 กิโลกรัม

2.R-51PM

คุณสมบัติของลำโพง Klipsch R-51PM Powered Speakers

– ลำโพง Powered
– ใช้งานภายในห้องขนาดกลาง
– การตอบสนองความถี่ (+/-3dB) 68-21kHz
– ค่าความไว 107.3dB
– อัตราทนต่อกำลังขับ 120/140W
– ค่าความถี่ 1663Hz
– ไดรเวอร์วูฟเฟอร์ 5.25 นิ้ว
– ขนาด 33.8 x 17.78 x 23.16 เซนติเมตร น้ำหนักสุทธิอยู่ที่ 4.8 กิโลกรัม

3.The Sixes

คุณสมบัติของ Klipsch The Sixes

– การตอบสนองความถี่ 45Hz-20kHz ที่ -3dB
– ค่าความไวสูงสุดที่ 106 dB
– Tweeter ไทเทเนียม 1 นิ้ว
– ไดรเวอร์วูฟเฟอร์ 6.5 นิ้ว
– แรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสม 110/240 VAC
– ขนาด 22 x 42.55 x 27.9 เซนติเมตร น้ำหนักสุทธิ 15.31 กิโลกรัม

4.The Fives

คุณสมบัติของ Klipsch The Fives

– การตอบสนองความถี่ 50Hz-25kHz
– ค่าความดังสูงสุดที่ 109 dB
– กำลังขับ 160/320W
– ไดรเวอร์พิเศษ Tweeter ไทเทเนียมให้เสียงแหลม 1 นิ้ว
– เทคโนโลยี Tractrix Horn ไดรเวอร์วูฟเฟอร์ 4.5 นิ้ว
– ระบบ Bass Reflex ที่เป็นท่อช่วยระบายเสียงเบสผ่าน Rear-Firing Tractrix
– Dynamic Bass EQ 46Hz@ 35% Volume
– การถอดรหัส 192kHz/24 bit
– ควบคุมผ่านปุ่ม Volume Knob หรือ รีโมทควบคุมระยะไกล
– ขนาดของผลิตภัณฑ์ 6.5 x 9.25 x 12 นิ้ว น้ำหนักสุทธิ 5.35 กิโลกรัม

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลที่เราได้นำมาบอกกันว่าระหว่างลำโพงซาวด์บาร์กับลำโพง2.0 แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่มีอันไหนดีกว่าอันไหนแต่อยู่ที่ผู้ใช้งานมากกว่าว่าเหมาะกับการใช้งานกับลำโพง2.0 หรือ ลำโพงซาวด์บาร์มากกว่ากัน แต่ขึ้นชื่อว่าแบรนด์ Klipsch รับประกันและการันตีเรื่องเสียงแน่นอนครับ

Share this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *