fbpx

ทำไมต้องใช้ลำโพง Klipsch The Three Plus และ Wiim Mini คู่กัน

ทำไมต้องใช้ลำโพง Klipsch The Three Plus และ Wiim Mini คู่กัน

ในโลกของเสียงเพลงยุคดิจิทัล การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมและเข้ากันได้ดีถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างประสบการณ์การฟังเพลงที่น่าประทับใจ และหนึ่งในคู่หูที่น่าสนใจสำหรับนักเล่นเครื่องเสียงและผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลงคุณภาพสูงก็คือ ลำโพง Klipsch The Three Plus และ Wiim Mini

Klipsch The Three Plus เป็นลำโพงบลูทูธที่มาพร้อมกับดีไซน์สุดคลาสสิกในสไตล์วินเทจ ผสานกับเทคโนโลยีเสียงสมัยใหม่ที่ทำให้ได้เสียงที่คมชัด สมจริง และมีพลังอย่างน่าทึ่ง ส่วน Wiim Mini เป็นสตรีมเมอร์ขนาดกะทัดรัดที่รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง พร้อมด้วยฟีเจอร์การเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทั้งคู่เป็นอุปกรณ์คุณภาพสูงที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การฟังเพลงให้ดียิ่งขึ้น

แต่ทำไมต้องเลือกใช้ Klipsch The Three Plus และ Wiim Mini เป็นคู่หูกันล่ะ? มาหาคำตอบกันในบทความนี้ เราจะพาไปสำรวจคุณสมบัติสำคัญและข้อดีของการใช้ลำโพงและสตรีมเมอร์ทั้งสองตัวนี้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของคุณภาพเสียง ความสะดวกในการใช้งาน และประสิทธิภาพโดยรวม พร้อมทั้งเจาะลึกถึงเหตุผลที่ทำให้ Klipsch The Three Plus และ Wiim Mini เป็นคู่หูในฝันสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลงคุณภาพเยี่ยม เตรียมพบกับข้อมูลเชิงลึกที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่า การจับคู่อุปกรณ์ทั้งสองนี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณหรือไม่ เชิญติดตามได้ในบทความด้านล่างเลย!

ทำไมต้องใช้ลำโพง Klipsch The Three Plus และ Wiim Mini คู่กัน

การใช้ลำโพง Klipsch The Three Plus ร่วมกับ Wiim Mini นับเป็นคอมโบที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การฟังเพลงให้ดียิ่งขึ้น โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้

1. คุณภาพเสียงเหนือระดับ: Klipsch The Three Plus เป็นลำโพงบลูทูธคุณภาพสูงที่ให้เสียงที่ทรงพลัง คมชัด และมีรายละเอียดสูง ด้วยดีไซน์ตู้ลำโพงที่เป็นเอกลักษณ์และวัสดุคุณภาพเยี่ยม ทำให้ได้เสียงที่สมจริงและน่าประทับใจ เมื่อจับคู่กับ Wiim Mini ซึ่งเป็น Streamer ไฮเอนด์ที่รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูง จึงช่วยให้ Klipsch The Three Plus ถ่ายทอดศักยภาพได้อย่างเต็มที่

2. ความสะดวกในการใช้งาน: Wiim Mini มาพร้อมกับแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายและรองรับบริการสตรีมมิ่งยอดนิยมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Spotify, Tidal, Qobuz ฯลฯ ทำให้คุณเข้าถึงเพลงได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังรองรับ AirPlay 2, Chromecast และ UPnP ทำให้สตรีมเพลงจากอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างราบรื่น

3. การเชื่อมต่อที่หลากหลาย: Wiim Mini มีออปชันการเชื่อมต่อที่ครบครัน ทั้ง WiFi, Ethernet, Bluetooth, USB, Optical และ Analog ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับ Klipsch The Three Plus ได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นแบบไร้สายผ่าน Bluetooth หรือแบบมีสายผ่าน Analog เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด

4. รองรับไฟล์คุณภาพสูง: Wiim Mini รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูงหลากหลายรูปแบบ ทั้ง MP3, AAC, ALAC, APE, FLAC, WAV, WMA, OGG ด้วยความละเอียดสูงสุดถึง 24-bit/192kHz ทำให้คุณได้สัมผัสกับรายละเอียดและพลังของเสียงดนตรีอย่างเต็มอิ่ม เมื่อฟังผ่านลำโพงคุณภาพดีเยี่ยมอย่าง Klipsch The Three Plus

5. ดีไซน์ที่ลงตัว: ทั้ง Klipsch The Three Plus และ Wiim Mini ต่างมีดีไซน์ที่สวยงามและลงตัว The Three Plus มาในลุคคลาสสิกย้อนยุคที่ดูหรูหรา ขณะที่ Wiim Mini มีขนาดกะทัดรัด จัดวางได้ง่าย ไม่เกะกะ เมื่อจับคู่กันแล้วจึงให้ทั้งภาพลักษณ์และคุณภาพเสียงที่โดดเด่น เหมาะกับทุกการตกแต่ง

ด้วยคุณสมบัติที่ลงตัวและเข้ากันได้ดีของ Klipsch The Three Plus และ Wiim Mini การใช้งานร่วมกันจึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการเพลิดเพลินกับเสียงเพลงคุณภาพสูง พร้อมความสะดวกสบายในการใช้งานและความสวยงามที่ลงตัว เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์แบบmodern-retro อย่างแท้จริง

คุณสมบัติของเครื่องช่วยสตรีมเสียงผ่าน Wi-Fi WiiM Mini

ติดตั้งง่ายและสะดวกในการใช้งาน
โหลดแอพฯ Wiim Home เข้ามาไว้ในสมาร์ทโฟน และเสียบ WiiM Mini เข้าด้านหลังลำโพง Klipsch Heritage Inspired ปรากฏขึ้นโดยอัตโนมัติในแอพฯ WiiM Home ทำตามคำแนะนำในแอพฯ จนจบขั้นตอนและเริ่มสตรีมเพลงได้ในเวลาไม่ถึง 2 นาที

ความละเอียดสูงถึง 192 kHz/24 Bit
WiiM Mini รองรับสูงสุด 192kHz, เอาต์พุตเสียง 24 บิต เหมือนกับการบันทึกเสียงของศิลปินในสตูดิโอDAC สเตอริโอ TI ในตัวให้เอาต์พุตเสียงอะนาล็อกคุณภาพสูง 106-dB SNR, ช่วงไดนามิกประสิทธิภาพ    -92dB THD+N

รองรับแอพฯ ในการสตรีมเพลงหลากหลาย
WiiM Mini รองรับบริการสตรีมเพลงยอดนิยมมากมายในแอพฯ WiiM Home และเชื่อมต่อกับ NAS หรือ แอพฯสตรีมเพลงโปรดของคุณในสมาร์ทโฟน

ระบบ Multi-Room เพลิดเพลินทั่วทุกมุมบ้าน

WiiM Mini สร้างระบบหลายห้องแบบไร้สายได้ง่ายกว่าที่เคยเพื่อรับประสบการณ์เสียงแบบหลายห้องพร้อมกัน โดยต้องมีลำโพง และ Wiim Mini ในแต่ละห้องนั้นเอง

สร้างกิจวัตรในการฟัง และ ทำงานร่วมกับ Siri, Alexa ได้

WiiM Mini ทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นด้วยการทำให้กิจวัตรของคุณเป็นไปโดยอัตโนมัติสำหรับกิจวัตรการนอนหลับ และ การตื่นนอนของคุณ โดยการสร้างกิจวัตรเพื่อปลุก หรือ หลับไปกับเพลง สถานี รวมไปถึงพอดแคสต์ที่คุณชื่นชอบ ที่สำคัญสามารถสั่งการด้วยเสียงไม่ว่าจะ Siri หรือ Alexa ของคุณเพื่อสร้างกิจวัตรจนไปถึงการเลือกเพลง ควบคุมระดับเสียงการเล่น และอื่น ๆ

คุณสมบัติของลำโพงบลูทูธ Klipsch The Three Plus Premium Bluetooth Speaker

ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ให้สัมผัสที่หรูหรา

ลำโพงบลูทูธ Klipsch Premium Bluetooth Speaker ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลำโพงรุ่นแรกอย่าง Klipschorn ผสมผสานระหว่างวัสดุหรูหราของแผงคอนโทรลด้านบนลำโพงกับตัวลำโพงที่ทำจากวัสดุไม้วีเนียร์แท้ สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่น่าดึงดูดเพราะในแต่ละตัวนั้นลายไม้จะไม่เหมือนกันขัดเงาเห็นลายไม้ได้อย่างชัดเจน

เสียงกระหึ่มนุ่มนวล เวทีเสียงกว้างขึ้น

ลำโพงบลูทูธ Klipsch The Three Plus Premium Bluetooth Speaker มาพร้อมเสียงที่กว้างขึ้นกว่าเดิมเพราะเป็นระบบสเตอริโอ 2.1 อันทรงพลังที่ปรับให้เข้ากับความละเอียดของไฟล์เสียง และปรับแต่งอย่างมืออาชีพโดยนักอะคูสติกของ Klipsch เพื่อมอบประสิทธิภาพที่ชัดใสพร้อมเสียงเบสที่ยอดเยี่ยม ด้วยไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ขนาด 2.25 นิ้ว 2 ดอก และดอกวูฟเฟอร์ขนาด 5.25 นิ้ว 1 ดอก ที่พิเศษในรุ่นนี้คือ Klipsch ได้ใส่ดอก Passive Radiators ขนาด 5.25 นิ้ว 2 ดอกที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของย่านความถี่ต่ำให้เสียงเบสที่ออกมานั้นนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น บอกเลยว่าคุณจะประหลาดใจกับคุณภาพเสียงที่มาจากลำโพงบลูทูธ Klipsch The Three Plus Premium Bluetooth Speaker เติมเต็มเสียงที่หนักแน่นขึ้นในพื้นที่ขนาดใหญ่

เทคโนโลยี BLUETOOTH® 5.3 ล่าสุด

ลำโพงบลูทูธ Klipsch The Three Plus Premium Bluetooth Speaker ช่วยสตรีมเพลย์ลิสต์ หรือ พอดแคสต์ที่คุณชื่นชอบได้อย่างง่ายดายผ่านเทคโนโลยีไร้สาย Bluetooth® 5.3 การจับคู่ทำได้ง่าย รวดเร็วกว่าเดิม ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อมีความเสถียรมากขึ้น และความหน่วงน้อยลง อีกทั้งยังสามารถจดจำอุปกรณ์ได้สูงสุด 8 เครื่องในคราวเดียวเพื่อให้คนทั้งบ้านสามารถเพลิดเพลินได้ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว มีระยะห่างจากลำโพงในการเชื่อมต่อสูงสุด 40 ฟุต/ 12 เมตร

เปิดใช้งานแอป KLIPSCH CONNECT

ลำโพงบลูทูธ Klipsch The Three Plus Premium Bluetooth Speaker สามารถดาวน์โหลดแอป Klipsch Connect จาก  App Store ของคุณเพื่อตัวเลือกการตั้งค่าที่ง่าย และรวดเร็ว ด้วยการแตะเพียงไม่กี่ปุ่ม คุณสามารถควบคุมอุปกรณ์ของคุณผ่านสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต ปรับการตั้งค่า EQ บันทึกค่าในแบบที่คุณชื่นชอบ และเข้าถึงการอัพเดตเฟิร์มแวร์ในอนาคต

USB-C เพื่อการเชื่อมต่อขั้นสุดยอด

ลำโพงบลูทูธ Klipsch The Three Plus Premium Bluetooth Speaker เชื่อมต่ออุปกรณ์ที่คุณชื่นชอบผ่าน USB-C เพื่อการเล่นเพลง และการชาร์จก็ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถจ่ายไฟให้ WiiM Mini เพื่อให้สามารถใช้งานสตรีมมิ่งเพลงผ่านเครือข่ายได้อีกด้วย

ถอดรหัสเสียง 96kHz/24 bit

ลำโพงบลูทูธ Klipsch The Three Plus Premium Bluetooth Speaker มาพร้อมการถอดรหัสเสียงความละเอียดได้ถึง 96kHz/24 bit

ช่องเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นแผ่นเสียง

ลำโพงบลูทูธ Klipsch The Three Plus Premium Bluetooth Speaker มีการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเฉพาะมีพอร์ต Phono/RCA ที่ให้มาทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อ Klipsch The Three Plus เข้ากับเครื่องเล่นแผ่นเสียงเพื่อฟังเพลงจากแผ่นเสียงที่คุณชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย

Broadcast Mode

ลำโพงบลูทูธ Klipsch Premium Bluetooth Speaker ออกแบบโหมดนี้มาเพื่อช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อลำโพงบลูทูธ Klipsch Premium Bluetooth Speaker แบบไร้สายได้มากกว่า 10 ตัวเพื่อสร้างประสบการณ์เสียงจากลำโพงหลายตัวที่ราบรื่น และครอบคลุม ทำให้คุณสามารถวางลำโพงบลูทูธ Klipsch Premium Bluetooth Speaker ได้ในทุก ๆ ห้องในบ้าน

รายละเอียดของลำโพงบลูทูธ Klipsch The Three Plus Premium Bluetooth Speaker

– ลำโพงบลูทูธ
– การตอบสนองความถี่ 45Hz-20kHz
– กำลังขับพีคสุด 120 วัตต์
– 106dB
– ไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ขนาด 2.25 นิ้ว 2 ดอก
– วูฟเฟอร์ขนาด 5.25 นิ้ว
– Passive Radiators 5.25 นิ้ว 2 ดอก
– Bass-Reflex
– ขนาดลำโพง 12.52 x 6.1 x 5.98 นิ้ว
– น้ำหนักสุทธิ 4.8 กิโลกรัม

การเชื่อมต่อของลำโพงบลูทูธ Klipsch The Three Plus Premium Bluetooth Speaker
– Bluetooth 5.3
– Analog 3.5
– RCA (Phono Pre-Amp)
– Optical
– USB-C
– Broadcast Mode

อย่างไรก็ตาม คุณภาพเสียงที่แท้จริงขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น คุณภาพของอุปกรณ์ต้นทางและปลายทาง รวมถึงการตั้งค่าต่าง ๆ ในบางกรณี ผู้ใช้อาจไม่สังเกตเห็นความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างการเชื่อมต่อทั้งสองแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้อุปกรณ์ระดับเริ่มต้นหรือมิดเรนจ์

สรุปแล้ว หากอุปกรณ์ของคุณรองรับทั้งสองแบบ แนะนำให้เลือกใช้ Optical เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด แต่หากมีข้อจำกัดในการเชื่อมต่อ AUX ก็ยังเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้ดีเช่นกัน

ช้อปสินค้า : https://shopee.co.th/klipsch_official_store

Share this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *