fbpx

ชุดโฮมเธียเตอร์ที่ดีที่สุดของ Klipsch และ Onkyo

ชุดโฮมเธียเตอร์ที่ดีที่สุดของ Klipsch และ Onkyo

เคยไหม? เบื่อกับการไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ ต้องฝ่ารถติด หาที่จอดรถ ต่อคิวซื้อตั๋ว และนั่งเบียดกับคนอื่น อยากดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ในบรรยากาศส่วนตัว ได้เต็มอรรถรส อยากสร้างความบันเทิง และบรรยากาศดี ๆ ให้กับสมาชิกในบ้าน ถ้าใช่ แสดงว่าคุณกำลังมองหาชุดโฮมเธียเตอร์ที่ดีที่สุด บทความนี้ จะช่วยคุณตัดสินใจ ว่าทำไมคุณต้องมีชุดโฮมเธียเตอร์ที่ดีที่สุดในบ้าน ไปดูกันเลยครับ


เพราะอะไรผู้คนถึงต้องมีชุดโฮมเธียเตอร์ที่ดีที่สุด

1. ยกระดับประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์และคอนเทนต์
ชุดโฮมเธียเตอร์ที่ดีที่สุด มอบประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์และคอนเทนต์ที่เหนือระดับ เทียบเท่าโรงภาพยนตร์ เสียงที่คมชัด รายละเอียดครบถ้วน ลำโพงรอบทิศทาง สร้างมิติเสียงสมจริง ให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์

2. สร้างบรรยากาศที่เต็มอิ่ม
การมีชุดโฮมเธียเตอร์ที่ดี เปรียบเสมือนการเนรมิตโรงภาพยนตร์ส่วนตัวภายในบ้าน ให้คุณผ่อนคลาย ดื่มด่ำกับภาพยนตร์และคอนเทนต์ที่ชื่นชอบ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนหรือแสงจากภายนอก

3. เชื่อมต่อความบันเทิงอย่างไร้ขีดจำกัด
ชุดโฮมเธียเตอร์รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น สมาร์ททีวี สมาร์ทโฟน คอนโซลเกม ช่วยให้คุณเข้าถึงความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ

4. เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกม
ชุดโฮมเธียเตอร์ที่ดี เสียงที่คมชัด รายละเอียดครบถ้วน ช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในเกม สร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริง ตื่นเต้น เร้าใจ

5. ดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย
ชุดโฮมเธียเตอร์รุ่นใหม่ ๆ ออกแบบมาอย่างสวยงาม ทันสมัย เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้าน เพิ่มความหรูหราให้กับห้องของคุณ

สรุป: ชุดโฮมเธียเตอร์ที่ดีที่สุด มอบประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์และคอนเทนต์ที่เหนือระดับ สร้างบรรยากาศที่เต็มอิ่ม เชื่อมต่อความบันเทิง เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกม และดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความบันเทิงเต็มรูปแบบภายในบ้าน

อย่างไรก็ตาม การเลือกชุดโฮมเธียเตอร์ที่ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น งบประมาณ ขนาดห้อง ฟังก์ชั่นการใช้งาน และความชอบส่วนตัว ควรศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และลองฟังเสียงก่อนตัดสินใจซื้อ

รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver 11.2 Channel ที่สุดของขุมพลัง

ESS Sabre DAC ถอดรหัสเสียงความละเอียดสูง
รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver ใช้ ESS Sabre DAC คือชิป DAC (Digital-to-Analog Converter) ที่พัฒนาโดย ESS Technology ชิป DAC นี้เป็นที่รู้จักในด้านประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมและเสียงที่มีคุณภาพสูง ESS Sabre DAC ทำงานโดยใช้เทคโนโลยี HyperStream II ซึ่งใช้ตัวแปลงสัญญาณ Sigma-Delta แบบ 32 บิต ชิป DAC นี้รองรับอัตราการสุ่มตัวอย่างสูงสุด 384kHz และอัตราการสุ่มตัวอย่างแบบเรียลไทม์สูงสุด 768kHz นอกจากนี้ยังรองรับการถอดรหัสเสียงแบบความละเอียดสูง เช่น FLAC, ALAC และ DSD อีกทั้ง ESS Sabre DAC เป็นชิป DAC ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ ชิป DAC นี้ให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมและเสียงที่มีคุณภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องเสียงที่มีคุณภาพเสียงดีที่สุด

เทคโนโลยี Auro 3D เซอรร์ราวด์แบบ 3D
รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver มีเทคโนโลยี Auro-3D เป็นรูปแบบเสียงเซอร์ราวนด์แบบ 3 มิติที่ แตกต่างจากระบบเสียงเซอร์ราวนด์แบบดั้งเดิมที่เน้นการกระจายเสียงไปยังทิศทางต่าง ๆ รอบผู้ฟัง Auro-3D เพิ่มเวทีเสียงในแนวดิ่งด้วยการเพิ่มเสียงขึ้นไปด้านบนห้อง ซึ่งช่วยให้เสียงสามารถลอยอยู่เหนือหัวของผู้ฟังได้ เพิ่มประสบการณ์เสียงที่สมจริง และดื่มด่ำยิ่งขึ้น (ภาพยนตร์นั้น ๆ ต้องบันทึกเสียงในระบบ Auro-3D)

Optional Dirac Live® Bass Control
รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver มี Optional Dirac Live® Bass Control เป็นฟังก์ชันเสริมของ Dirac Live® ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ปรับแต่งเสียงแบบดิจิตอล ฟังก์ชันนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเสียงเบสของลำโพงให้เหมาะสมกับห้องฟังได้ Dirac Live® Bass Control จะทำงานโดยวิเคราะห์เสียงเบสที่สะท้อนจากผนัง และพื้นของห้องฟัง จากนั้นจะใช้อัลกอริทึมเพื่อลดการสะท้อนที่ไม่ต้องการ และปรับปรุงความชัดเจนของเสียงเบส ฟังก์ชันนี้สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงเบสของลำโพงได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องฟังที่มีขนาดไม่เหมาะสม หรือ มีเฟอร์นิเจอร์จำนวนมาก

Optional Dirac Live® Bass Control เป็นฟังก์ชันเสริมที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพเสียงเบสของลำโพง ฟังก์ชันนี้สามารถช่วยปรับปรุงความชัดเจนและความสม่ำเสมอของเสียงเบสในสภาพแวดล้อมการฟังที่หลากหลาย

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการใช้งาน Optional Dirac Live® Bass Control:

ห้องฟังขนาดเล็ก: ฟังก์ชันนี้สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงเบสของลำโพงในห้องฟังขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัด

ห้องฟังที่มีเฟอร์นิเจอร์จำนวนมาก: ฟังก์ชันนี้สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงเบสของลำโพงในห้องฟังที่มีเฟอร์นิเจอร์จำนวนมากซึ่งอาจทำให้เกิดการสะท้อนที่ไม่ต้องการ

ห้องฟังที่มีลำโพงหลายคู่: ฟังก์ชันนี้สามารถช่วยปรับแต่งเสียงเบสของลำโพงแต่ละคู่ให้เหมาะสมกับห้องฟัง

รองรับการสตรีมผ่าน Amazon Music HD
รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver สตรีมคุณภาพเสียง Amazon Music HD ให้บริการเพลงคุณภาพสูงระดับ HD (24-bit/96kHz) และ Ultra HD (24-bit/192kHz) ในขณะที่ Amazon Music ให้บริการเพลงคุณภาพมาตรฐาน (16-bit/44.1kHz)

รูปแบบเสียง Amazon Music HD รองรับรูปแบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos และ Sony 360 Reality Audio ในขณะที่ Amazon Music รองรับเฉพาะรูปแบบเสียงสเตอริโอ

Dirac Live
รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver มี Dirac Live แบบ Full Bandwidth โดยระบบ Dirac Live จะมี 2 ระบบ คือ Limited Bandwidth และ Full Bandwidth ซึ่ง 2 ระบบนี้แตกต่างกันที่ Limited Bandwidth จะวิเคราะห์เสียงได้ที่ความถี่ 20Hz – 500HzHZ แต่ Full Bandwidth จะสามารถวิเคราะห์เสียงได้ลึกถึง 20Hz – 20kHz ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่มนุษย์สามารถได้ยินได้ครบถ้วนเลยทีเดียว

Dirac Live มีสิทธิบัตรเฉพาะสำหรับอัลกอลิทึมในการวิเคราะห์ผลกระทบห้องและเพิ่มประสิทธิภาพลำโพงให้สูงขึ้นไม่เพียงแต่ทำให้ระบบเสียงดีขึ้น แต่ยังทำให้จุดการนั่งฟังกว้างขึ้น เวทีเสียงเที่ยงตรง ความชัดเจน เสียงพูด เสียงเบส ดีขึ้นเมื่อเทียบกับห้องที่ไม่ได้ใช้ Dirac Live ประมวลผล ซึ่งทำให้เห็นได้ชัดว่า Dirac Live นั้นเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การฟังเพลง หรือดูหนังของคุณมีคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น เรียกง่ายๆว่าเป็น Final Tune ที่ฝีมือเปรียบเสมือนมีมืออาชีพดี ๆ มาควบคุมให้เลยทีเดียว

ได้การรองรับจาก IMAX
รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver มีระบบ IMAX Enhanced เป็นมาตรฐานระบบภาพและเสียงที่ร่วมมือกันระหว่าง IMAX Corporation และบริษัทที่เรียกได้ว่ามีชื่อในเรื่องของเสียงมาอย่างยาวนาน Datasat Digital Entertainment ที่เรารู้จักกันในนามของ DTS นั้นเอง โดย IMAX และ DTS นั้นจะเข้าไปควบคุมขั้นตอน Post Production ใน Studio ภาพยนตร์ทั้งในเรื่องของภาพและเสียง รวมไปถึงผู้ผลิต TV Projector เครื่องเสียง Home Theater หรือแม้กระทั่งรีซีฟเวอร์ Onkyo ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมานั้นต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ IMAX Enhanced นั้นตั้งไว้เพื่อที่จะยกระดับประสบการณ์การรับชมภายในบ้านให้เปรียบเสมือนมีโรงภาพยนตร์มาตั้งอยู่ในบ้านให้ได้มากที่สุด

ได้การรองรับจาก THX Certified
รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver ได้การรองรับจาก THX ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าจะได้รับคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดระดับโรงภาพยนตร์ที่มีความสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานของ THX

ประสบการณ์ภาพ 8K Ultra HD
ในยุคที่เทคโนโลยีภาพยนตร์ และทีวีก้าวข้ามขีดจำกัด 8K Ultra HD ในรีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกของการรับชมรายละเอียด ด้วยความละเอียดที่เป็นเลิศถึง 7680×4320 พิกเซล คุณจะได้สัมผัสกับความคมชัดที่เหนือชั้นในแต่ละรายละเอียดของภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ หรือ การเล่นเกมส์ ทั้งนี้อยู่ที่ทีวีของคุณด้วยว่ารองรับการถอดรหัสสัญญาณภาพ 8K Ultra HD หรือไม่

HDMI-eARC สัญญาณภาพและเสียงที่ดีกว่าเดิม

รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver มีระบบ HDMI-eARC ได้จึงทำให่ส่งสัญญาณทั้งเสียงและสัญญาณภาพได้ดีขึ้นกว่าเดิม เทคโนโลยี eARC ยังช่วยทำให้มั่นใจได้อีกว่าผู้ใช้จะได้รับฟังคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดตลอดเวลา

HDMI 2.1 รองรับสัญญาณภาพสูงสุด

รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver มีช่องเชื่อมต่อ HDMI 2.1 เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานใหม่ที่มีคุณสมบัติพิเศษมากกว่า HDMI 2.0 ตัวเดิมหลายเท่าตัวเพราะสามารถรองรับสัญญาณภาพได้มากกว่า 4K ซึ่งที่บอกว่าเป็นมาตรฐานใหม่ในอนาคตนั้นไม่เกินจริงเพราะ ณ ปัจจุบันสามารถรองรับได้แค่ 8K แต่ HDMI 2.1 นั้นกลับสามารถรองรับความคมชัดได้ถึง 10K 120Hz เลยทีเดียว (แต่ในปัจจุบันมีเพียง 8K เท่านั้น) อีกทั้งยังรองรับแบนด์วิธขนาดใหญ่ถึง 48Gbps แบบไม่มีบีบอัด ซึ่ง HDMI อันเก่าจะอยู่ที่ 18Gbps ไม่เพียงเท่านั้น HDMI 2.1 นั้นรองรับสัญญาณภาพที่เป็น Dynamic HDR ที่ทำให้ทีวีสามารถปรับภาพได้ตามสัญญาณ Dolby Vision หรือ HDR10+ ได้แบบเฟรมต่อเฟรมและยังปรับปรุงรายละเอียดในเรื่องของภาพหลายส่วน

นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติที่พัฒนาขึ้นก็เพื่อเกมคอนโซลและอุปกรณ์วีอาร์ เช่น PlayStation 5 และ Xbox Series X ก็มาพร้อมกับ HDMI 2.1 ซึ่ง HDMI 2.1 นั้นรองรับเทคโนโลยี Variable Refresh Rate และ Quick Frame Transport ที่ส่งผลให้ภาพที่รับชมมีความลื่นไหลมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องมี Source ในการอัพเกรดคุณสมบัติดังกล่าว เช่น กล่องรับสัญญาณดาวน์เทียม เครื่องเล่นแผ่นเสียง และต้องอัพเกรดอุปกรณ์ปลายทางที่แสดงผลทั้งภาพและเสียงอย่าง ซาวด์บาร์ โทรทัศน์ หรือ AV Receiver ที่รองรับ HDMI 2.1 และรวมไปถึงสาย HDMI ก็ต้องเป็นเวอร์ชั่น HDMI 2.1 ด้วย

SMART AV Receiver™ การสตรีมเสียงหลายห้อง

รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver ถูกขนานนามว่าเป็น SMART AV Receiver เพราะสามารถแบ่งปันเสียงได้รอบบ้านของคุณ ซึ่งรวมถึง Amazon Music HD*, Pandora®, Spotify®, TIDAL, Deezer และ TuneIn และทำงานร่วมกับ Hey Google หรือ Alexa แบ่งปันความบันเทิงผ่าน Works with Sonos, AirPlay 2, DTS Play-Fi® และ Chromecast ได้ในตัว

ถอดรหัสเสียงความสมจริง Dolby Atmos และ DTS:X

รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver เติมประสบการณ์เสียงที่สมบูรณ์แบบผ่าน Dolby Atmos® และ DTS:X® เสียงที่ถูกผสมผสานให้ออกมาแบบ 3 มิติ Dolby Surround® และ DTS® Neural:X ช่วยเสริมการเล่นเสียง 3D ให้ยิ่งทรงพลังมากขึ้นเพื่อสร้างมิติที่สมจริงจากบนลงล่าง

รองรับ Klipsch Optimized mode
รีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver รองรับชุดโฮมเธียเตอร์ Klipsch ใน Reference Series นั้นเองเป็นสัญญาณของการกระชับความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อให้เกิด “ความบันเทิงที่ดีที่สุดในบ้าน” ในโหมดนี้นั้นพิเศษตรงที่คุณจะสามารถตั้งค่าครอสโอเวอร์ของห้องได้ในตำแหน่งลำโพงต่างๆภายใต้คำสั่ง “Speaker Combo” ไม่ว่าจะเป็นลำโพงเซ็นเตอร์ ลำโพงคู่หน้า ลำโพงเซอร์ราวด์ ลำโพงตั้งพื้นและซับวูฟเฟอร์คุณก็สามารถตั้งระบบได้หมดจนลงลึกถึงเลือกรุ่นในตำแหน่งลำโพงต่างๆในห้องอีกด้วยเพื่อให้การตั้งค่าครอสโอเวอร์ของห้องนั้นเสถียรมากยิ่งขึ้นนั้นเอง หรือ ถ้าคุณไม่อยากตั้งค่าเองก็จะมีโหมด “อัตโนมัติ” ที่สามารถออกแบบให้คุณได้รับเสียงที่ดีที่สุดได้เองเปลี่ยนเสมือนมีมืออาชีพดีๆซักคนมาเซ็ตระบบให้เลยแหละ ซึ่งโหมดนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเสียงที่จะถูดถอดรหัสออกมาให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่แค่ไหนก็สบายใจได้

จุดเด่นของรีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver

Wi-Fi/Bluetooth®

Dirac Live® Room Correction

Optional Dirac Live® Bass Control

THX® Certified for Theater Reference Sound

Klipsch Optimized Mode

Auro-3D

ESS Sabre DAC

คุณสมบัติของรีซีฟเวอร์ Onkyo TX-RZ70 Receiver

POWER AND AMPLIFICATION

140W x 11 (8 ohms)

Class AB Amplifier

7.2.4 Channels (11 amplified)

HDMI AND

VIDEO INPUTS

7 In / 3 Out (eARC)

8K/4K Ultra HD

Dolby Vision

HDMI2.1 VRR, QFT, ALLM, HDCP2.3, HDR10+

1 component, 2 composite

AUDIO IN/OUT

7 HDMI, 4 RCA, 1 RCA Phono

2 Opt, 2 Coax

13 preamp RCA with 2 independent subwoofer

Zone 2 Stereo RCA, Zone 3 Stereo RCA

SURROUND MODES

Dolby Atmos, Dolby Surround

DTS:X, Neural:X

IMAX Enhanced

Auro-3D (optional firmware update June 2023)

STREAMING

Roon Ready (firmware update in 2023)

Chromecast built-in

AirPlay 2

Spotify

Amazon Music HD

Tidal

Deezer

Pandora

TuneIn

ชุดโฮมเธียเตอร์  Klipsch Reference Premiere Gen II

HYBRID TRACTRIX HORN ปากฮอร์นใหญ่ขึ้น ควบคุมทิศทางเสียงดีขึ้น
ปากฮอร์นของลำโพงตั้งพื้น Klipsch RP-6000F II Floorstanding Speaker นั้นจะทำมาจากซิลิโคนและซึ่งแน่นอนมีเทคโนโลยี Tractrix® Horn ที่จดสิทธิบัตรเฉพาะ Klipsch นั้นเป็นที่รู้กันดีว่ามอบพลังเสียง รายละเอียด และอารมณ์ของเสียงดนตรีที่คุณชื่นชอบ หรือ ภาพยนตร์เรื่องโปรดของคุณด้วยเสียงที่ใสสะอาดและเป็นธรรมชาติที่สุด ขนาดปากฮอร์นที่เพิ่มเนื้อที่ให้ใหญ่และกว้างขึ้นนั้นจะช่วยให้สามารถควบคุมทิศทางของความถี่ของเสียงที่ดีขึ้นกว่าเดิมและส่งผลให้ไม่ว่าจะความถี่สูง หรือ เวทีเสียงที่เกิดขึ้นนั้นแม่นยำมากกว่าเดิมนั้นเอง

ระบบ Dolby Atmos ที่เชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น
ลำโพงตั้งพื้น Klipsch RP-6000F II Floorstanding Speaker ได้ใส่ใจในการเชื่อมต่อระบบ Dolby Atmos มากขึ้น โดยมีสายเชื่อมต่อให้มากับลำโพงและทำให้การเชื่อมต่อลำโพง Atmos ง่ายขึ้นไม่ต้องมีสายระโยงระยาง หรือ หากไม่ได้ทำการเชื่อมต่อลำโพง Atmos ก็มีฝาสำหรับปิดช่องการเชื่อมต่อให้ลำโพงดูสวยงามไม่ขัดตาอีกด้วย

LINEAR TRAVEL SUSPENSION (LTS)

ระบบกันสะเทือนแบบ Linear Travel Suspension (LTS) แบบเอกสิทธิ์เฉพาะตัวช่วยลดการบิดเบือนเพื่อการแสดงรายละเอียดเสียงที่ดียิ่งขึ้น อะลูมิเนียมเป็นวัสดุที่เบาและแข็งแกร่งอย่างยิ่งซึ่งใช้ประกอบทวีตเตอร์เพื่อให้ประสิทธิภาพสูงปรับปรุงความละเอียด

Vented Tweeter

ทวีตเตอร์ LTS เป็นจุดเด่นของลำโพง Klipsch ทำให้เป็นส่วนประกอบหลักของลำโพงที่ดีที่สุดในโลกและที่เป็นจุดเด่นในซีรีส์นี้คือมี Vented Tweeter ที่มีช่องระบายอากาศช่วยลดคลื่นนิ่ง ส่งผลให้มีรายละเอียดและความคมชัดเพิ่มขึ้นในการสร้างความถี่สูง

ดีไซน์วูฟเฟอร์ใหม่ ลดความเพี้ยน เพิ่มประสิทธิภาพ
ดีไซน์วูฟเฟอร์ใหม่แต่ยังเป็นวัสดุที่พรีเมี่ยมอย่าง Cerametallic™ Woofer ที่เป็นเอกลักษณ์ของลำโพง Klipsch Reference Premiere เช่นเดิมมีความแข็งเป็นพิเศษและน้ำหนักเบา เพื่อการบิดเบือนที่น้อยที่สุดและประสิทธิภาพสูงสุด วอยซ์คอยล์ใหม่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ขึ้น 70% ทำให้มีการจัดการพลังงานที่ดีขึ้นและการควบคุมรูปกรวยที่มากขึ้นเพื่อความเป็นเส้นตรงและการทำงานที่ไร้ที่ติ วงแหวนอะลูมิเนียมใหม่ช่วยลดความผิดเพี้ยนและกำลังที่เพิ่มขึ้นประกอบกับโครงสร้างมอเตอร์ใหม่ช่วยปรับปรุงการตอบสนองของเดินทางของเสียงให้ผ่านการควบคุมที่มากขึ้นด้วยความเร็วและความแม่นยำ

TRACTRIX PORTS ระบายลมได้เร็วขึ้น
การใช้ Tractrix Ports ใน Reference Premiere ช่วยให้ถ่ายเทอากาศจากตู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเร็วที่สุด ซึ่งช่วยลดสัญญาณรบกวนพอร์ตสำหรับความถี่ต่ำที่เจาะลึกกว่า ซึ่ง Tractrix Ports มีดีไซน์ด้านในที่ออกแบบเองจะช่วยลดความปั่นป่วนของอากาศในตู้ลำโพง ยิ่งมีอากาศที่ปั่นป่วนน้อยจะยิ่งช่วยลดเสียงรบกวนจากพอร์ตเพื่อเสียงเบสที่หนักแน่นและทรงพลังยิ่งขึ้น

ช่องเชื่อมต่อ BI-WIRING / BI-AMPING สะดวกขึ้น
ช่องเสียบอินพุตคู่สำหรับความสามารถในการเดินสายแบบสองสาย ไม่ว่าจะแบบ Bi-Amping หรือ การเดินสายแบบ Bi-wiring จะแยกกระแสความถี่สูงและความถี่ต่ำออกเป็นสายลำโพงแยกกัน ช่วยลดความผิดเพี้ยนของสัญญาณรบกวนระหว่างเสียง เพื่อให้เสียงกลางชัดขึ้น

ภายในตู้ลำโพงดูไซน์ใหม่ ลดการสั่นสะเทือน
แผงกั้นเสียง หรือ ADVANCED CABINET DESIGN ตู้แบบแบ่งส่วนและกั้นเสียงระหว่างดอกวูฟเฟอร์ที่ออกแบบมาภายในตู้นั้นทำออกมาเพื่อลดการสะท้อนของเสียงและการสั่นสะเทือนด้านในตู้ลำโพงระหว่างกันเพื่อให้เกิดเสียงที่ดีที่สุดความโปร่งใสและความคมชัดสูงสุด

รายละเอียดของลำโพงตั้งพื้น Klipsch RP-8000F II Floorstanding Speaker
– ลำโพงตั้งพื้น
– การตอบสนองความถี่ 35Hz – 25kHz +/- 3dB
– ความไว 98dB
– กำลังขับ 150 วัตต์ พีคสุดที่ 600 วัตต์
– ทวีตเตอร์ขนาด 1 นิ้ว วัสดุไทเทเนียม
– ดอกวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว 2 ดอก วัสดุ Cerametallic Cone Woofers
– TRACTRIX PORTS

รายละเอียดของลำโพงตั้งพื้น Klipsch RP-504C II Center Speaker
– ลำโพงเซ็นเตอร์
– การตอบสนองความถี่ 50Hz – 25kHz +/- 3dB
– ความไว 96dB
– กำลังขับ 150 วัตต์ พีคสุดที่ 600 วัตต์
– ทวีตเตอร์ขนาด 1 นิ้ว วัสดุไทเทเนียม
– ดอกวูฟเฟอร์ขนาด 5.25 นิ้ว 4 ดอก วัสดุ Cerametallic Cone Woofers
– TRACTRIX PORTS

รายละเอียดของลำโพงตั้งพื้น Klipsch RP-600M II Bookshelf Speaker
– ลำโพงเซ็นเตอร์
– การตอบสนองความถี่ 44Hz – 25kHz +/- 3dB
– ความไว 94.5dB
– กำลังขับ 150 วัตต์ พีคสุดที่ 600 วัตต์
– ทวีตเตอร์ขนาด 1 นิ้ว วัสดุไทเทเนียม
– ดอกวูฟเฟอร์ขนาด 6.5 นิ้ว วัสดุ Cerametallic Cone Woofers
– TRACTRIX PORTS

ลำโพงซับวูฟเฟอร์ Klipsch Reference Premiere Subwoofer

1.ดีไซน์วูฟเฟอร์ใหม่ กรวยลึกกว่าเดิมเพิ่มมวลเสียงเบส
ลำโพงซับวูฟเฟอร์ Klipsch Reference Premiereได้มีการดีไซน์วูฟเฟอร์ใหม่แต่ยังเป็นวัสดุที่พรีเมี่ยมอย่าง Cerametallic™ Woofer ที่เป็นเอกลักษณ์ของลำโพง Klipsch Reference Premiere เช่นเดิมมีความแข็งเป็นพิเศษและน้ำหนักเบา เพื่อการบิดเบือนที่น้อยที่สุดและประสิทธิภาพสูงสุด ให้การตอบสนองความถี่ต่ำที่น่าทึ่ง ในซีรี่ย์นี้ได้ออกแบบโครงสร้างกรวยวูฟเฟอร์ใหม่ให้มีลักษณะที่ลึกมากขึ้นกว่าเก่าเพื่อเพิ่มมวลเสียงเบสที่ลงได้ลึกกว่าเดิมมอบประสบการณ์เสียงความถี่ต่ำระดับสุดยอด

2.CLASS D AMPLIFIER ประสิทธิภาพสูง
ลำโพงซับวูฟเฟอร์ Klipsch Reference Premiereเป็นแอมพลิฟายเออร์ที่มีประสิทธิภาพสูงและเพื่อการถ่ายทอดที่สะอาดและสมจริง เอาต์พุตคลาส D ก็ยังช่วยให้มั่นใจถึงเอาต์พุตสูงสุด รายละเอียด และพลังงานความถี่ต่ำที่จะทำงานออกมาอย่างสมบูรณ์แบบในขณะที่ใช้พลังงานน้อยลง สร้างความร้อนน้อยลง แต่กลับมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

3.เทคโนโลยี Aerofoil พอร์ตลมด้านหน้าที่ออกแบบใหม่
ลำโพงซับวูฟเฟอร์ Klipsch Reference Premiere มีการออกแบบภายในตู้ใหม่ที่เรียกว่า “Aerofoil” ที่ช่วยทำให้ลดการรบกวนของลมภายในตู้ลำโพงขณะที่ดอกวูฟเฟอร์กำลังทำงานเพื่อมอบเสียงย่านความถี่ต่ำไม่ผิดเพี้ยน และ ใสสะอาดมากยิ่งขึ้น

4.ปุ่มควบคุมมองเห็นง่ายขึ้น สร้างเสียงเบสที่เหมาะสม
ลำโพงซับวูฟเฟอร์ Klipsch Reference Premiere มีปุ่มควบคุม Low Pass Crossover และ Variable Phase ที่จะช่วยปรับแต่งเสียงเบสได้ตามความต้องการ หรือ เหมาะสมกับห้องนั้น ๆ อีกทั้งยังดีไซน์ใหม่ให้บริเวณด้านบนของปุ่มหมุนค่าระดับเสียง และ ครอสโอเวอร์อ่านได้ง่ายขึ้น โดยมีแท่นเสมือนแว่นขยายเพื่อให้เห็นตัวเลขที่ปุ่มหมุนชัดเจนในขณะที่ลำโพงซับวุฟเฟอร์ของคุณอยู่ชิดผนังห้อง และ ปุ่มต่าง ๆ มีความสว่างแม้จะอยู่ในที่มืดก็ตาม แต่เวลาจะหมุนปรับนั้นควรยืนให้ตรงกับลำโพงแล้วโน้มจากด้านหน้าเพื่อหมุนปรับค่าต่าง ๆ เพราะถ้าหากมองจากด้านข้างแล้วหมุนอาจจะทำให้การตั้งค่านั้นผิดเพี้ยนได้นั้นเอง

5.เชื่อมต่อ WA-2 เพื่อทำซับวูฟเฟอร์ไร้สายได้ไม่ยาก
ลำโพงซับวูฟเฟอร์ Klipsch Reference Premiere มีช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม WA-2 (แยกจำหน่าย) ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อไร้สายความละเอียดสูงเพื่อการจัดวางที่ง่ายขึ้นทุกที่ในห้องของคุณ

6.อินพุตเชื่อมต่อง่าย สามารถใช้งานร่วมกันไม่ยาก
ลำโพงซับวูฟเฟอร์ Klipsch Reference Premiere มีช่องอินพุตด้านล่างทำให้สามารถจัดสายไฟให้เป็นระเบียบ สะอาดตา อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อด้วย WA-2 และ RCA พร้อมกันได้ ทำให้คุณสามารถใช้ซับวูฟเฟอร์ตัวเดียวกับหลายระบบในห้องเดียวกันได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถใช้อินพุตไร้สายสำหรับการตั้งค่าโฮมเธียเตอร์ของคุณและอินพุต RCA สำหรับระบบ 2 แชนเนลของคุณ โดยไม่จำเป็นต้องสลับอินพุตเมื่อเปลี่ยนระบบในการใช้งานนั้นเอง ที่สำคัญมีโหมดสแตนด์บายเพื่อช่วยประหยัดไฟในการใช้งานได้อีกด้วย

7.ดีไซน์ใหม่ เรียบหรู หน้ากากสุดพรีเมี่ยม
ลำโพงซับวูฟเฟอร์ Klipsch Reference Premiere มีการออกแบบภายนอกใหม่โดยมีลักษณะโค้งมุมเพื่อให้ดูโมเดิร์นขึ้นประกอบกับผิวลายไม้ที่สวยงามขัดเงาทนทานต่อรอยขีดข่วน อีกทั้งยังออกแบบโครงสร้าง และ เนื้อผ้าหน้ากากลำโพงใหม่ให้ในขณะที่ใส่หน้ากากอยู่นั้นเสียงเหมือนตอนไม่ใส่หน้ากากเลยทีเดียว ไม่เพียงแค่นั้นโครงสร้างหน้ากากยังทำจากเยื่อไม้ และ มุมลำโพงเป็นหมุดสีทองแดงสุดพรีเมี่ยมยึดกับตัวหน้ากากเพื่อช่วยให้เวลาดอกวูฟเฟอร์ทำงานเคลื่อนไหวแล้วไม่ส่งผลตอนใส่หน้ากาก ที่สำคัญขาลำโพงทำออกมาในรูปแบบใหม่เป็นวัสดุยางอย่างดีเพื่อซับแรงกระแทกในขณะที่ลำโพงทำงานนั้นเอง

รายละเอียดของลำโพงซับวูฟเฟอร์ Klipsch RP-1200SW Subwoofer
– ลำโพงซับวูฟเฟอร์
– การตอบสนองความถี่ 16.5Hz – 138Hz +/- 3dB
– ความไว 121dB
– กำลังขับ 400 วัตต์ พีคสุดที่ 800 วัตต์
– Class D
– ดอกวูฟเฟอร์ขนาด 12 นิ้ว วัสดุ Cerametallic
– เทคโนโลยี Aerofoil ระบายลม
– เชื่อมต่อ WA-2 เป็นซับวูฟเฟอร์ระบบ Wireless ได้

เป็นอย่างไรบ้างครับกับชุดโฮมเธียเตอร์ที่ดีที่ดีของ Klipsch และ Onkyo รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ถ้าคุณไม่อยากพลาดคุณภาพระดับมาตรฐานโรงภาพยนตร์ช้อปเลย

สนใจสินค้า : https://www.facebook.com/soundrepublic.th

Share this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *