Review La Scala ลำโพงระดับ HI END โคตรตำนาน สุดวินเทจ!

Review La Scala ลำโพงระดับ HI END โคตรตำนาน สุดวินเทจ!

หากจะให้เอ่ยถึงลำโพงที่อยู่ในสายการผลิตที่ยาวนานที่สุดตลอดกว่า 70 ปีในโลก คงไม่มีลำโพงอื่นใด นอกจากลำโพงของ Klipschorn อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งยังคงมีความต้องการจากนักเล่นสายคลาสิกทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยจุดประสงค์ของผู้ก่อตั้งมีความต้องการที่อยากจะได้รับไดนามิก และความตื่นเต้นของการฟังเพลงให้ได้ความรู้สึกของการเล่นออเกสตร้าสดๆในบ้าน และถูกให้เป็นหนึ่งในลำโพงที่น่ายกย่องที่สุดในโลก

ลำโพงฟังเพลงแนววินเทจของ Klipsch มีอยู่หลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Klipschorn, La Scala, Cornwall, Forte, Heresy ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้เอง ทางบริษัทได้มีโอกาสนำเข้าเจ้าตัวรุ่นอย่าง Klipsch La Scala รุ่นตำนานสุดเก๋าอย่าง Heritage Series ซีรีย์ที่สร้างความประทับใจให้กับเล่าบรรดานักเล่นเครื่องเสียงมาอย่างมากมาย ซึ่งต้องบอกเลยว่า Klipsch เองก็สร้างชื่อเสียงที่โด่งดังมาจากตัว horn ที่เป็นสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์พิเศษที่มีเฉพาะของ Klipsch อย่าง Tractrix Horn ที่มีการใช้มาเรียกได้ว่าแทบจะทุกรุ่น ตลอดจนมาถึงในปัจจุบันยังคงไว้ซึ่งเทคโนโลยี Tractrix Horn ด้วยอุดมการณ์ของ Paul W.Klipsch ที่ชื่นชอบในการฟังดนตรี และด้วยทัศนคติอันมุ่งมั่น ที่อยากจะมอบประสบการณ์ของเสียงในบ้านที่ดีที่สุดให้คุณได้ฟัง

Klipsch La Scala ได้รับฉายาว่าเป็น “Mini KlipschChorn” เลยก็ว่าได้เป็นรุ่นกลางที่รองลงมาจาก KlipschChorn เพียงเท่านั้น โดยได้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1963 มีการตั้งชื่อมาจาก โรงละคร Teatro alla Scala เป็นโรงละครที่ตั้งอยู่ในเมืองมิลาน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาตั้งเป็นชื่อ La Scala

Klipsch La Scala เป็นลำโพงจากสัญชาติสหรัฐอเมริกา โดยที่จะพิเศษสุดๆเลยก็คือ ในรุ่นของ Heritage Series จะเป็นการสั่งแบบ Make by order ก็คือต้องมีการสั่งจองล่วงหน้าไว้ก่อนเท่านั้น ทางโรงงานถึงจะผลิตออกมา ซึ่งปัจจุบันรุ่นใหญ่อย่าง Heritage Series ยังคงไว้ซึ่งการประกอบด้วยมือจากทางโรงงานที่สหรัฐอเมริกา ตัวตู้แต่ละใบก็จะมีเอกลักษณ์พิเศษของตัวเอง ด้วยการนำไม้แท้ อย่างไม้วีเนียร์คุณภาพชั้นเยี่ยมมาทำด้วยความประณีต และด้วยการประกอบตู้แบบ Handmade เรียกได้ว่าตู้ไม้ของแต่ละรุ่นจะมีลาย และเอกลักษณ์ของไม้ที่ไม่เหมือนกันในแต่ละตัว โดยเดี๋ยวเราจะมาพาทุกท่านไปเริ่มดูกันที่สเปคของรุ่นนี้กันก่อนเลยดีกว่าครับ ว่าจะมีอะไรกันบ้างไปรับชมกันเลยครับ

SPECIFICATIONS
FREQUENCY RESPONSE (+/- 4 dB):  51Hz – 20kHz
SENSITIVITY:                                        105dB @ 2.83V / 1m
POWER HANDLING:                           100W / 400W
MAXIMUM SPL:                                  121dB
TWEETER:                                            K-771 1″ (2.54cm) Light-Weight Polyimide
                                                              Diaphragm Compression Driver Mated to
a 90° x 40° Tractrix Horn
MIDRANGE:                                         K-55-X 2” (5.08cm) Phenolic diaphragm
compression driver
WOOFER:                                             K-33-E 15” (38.1cm) Fiber-composite cone
with a folded horn
HEIGHT INCHES (MM):                     40” (101.6 cm)
WIDTH INCHES (MM):                      24 1/4” (61.59 cm)
DEPTH INCHES (MM):                        25 5/16” (64.29 cm)
PRODUCT WEIGHT LBS (KG):           201 lbs (91 kg)
FINISHES:                                             Natural Cherry, Satin Black Ash and American Walnut

โดย La Scala จะมีให้เลือกด้วยกันถึง 3 สี 3 ไลฟ์สไตล์ด้วยกัน ได้แก่ NATURAL CHERRY, SATIN BLACK ASH, AMERICAN WALNUT

ในส่วนของแนวเสียง
ด้วยอารมณ์ของความคลาสสิกผสมความวินเทจร่วมสมัย ทำให้น้ำเสียงที่เราได้รับฟังมีความเป็นธรรมชาติอย่างมาก สะอาดใสชัดเจน เข้าถึงอารมณ์ได้เป็นอย่างดี เบสมาเป็นมวลใหญ่ๆ อิ่มตัวสมกับขนาดที่ใหญ่ของตัวตู้ เรียกได้ว่าหากหลับตาฟังเสียงเพลงอคูสติก ที่มีเครื่องดนตรีครบๆ รับรองได้เลยว่า เหมือนได้ฟังวงๆนั้นอยู่ตรงหน้าของคุณเองเลย เสียงกลอง เสียงเบส เสียงกดคีย์บอร์ด เสียงร้องที่ชัดใสจนน่าอัศจรรย์ ได้ฟังแล้วก็คงจะเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรี ยิ่งถ้าได้เครื่องปรุงแต่งที่ดีมาผสมกันด้วย รับรองเลยว่า คุณจะนั่งฟังได้อย่างเพลิดเพลินหลายชั่วโมงแน่นอน ถือว่า La Scala ทำออกมาได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของรูปร่างหน้าตา และน้ำเสียงที่หลายคนฟังแล้วก็ร้องว้าวไปตามๆกัน หลายท่านฟังแล้วก็ติดใจ

Klipsch La Scala ถือได้ว่าทำออกมาตอบโจทย์มากๆเลยครับ ทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์หน้าตาที่คงไว้ซึ่งความคลาสสิก แต่ยังมีความวินเทจผสมผสานอยู่ เหมือนเป็นการทำแบบร่วมสมัยกันของในยุคก่อนกับยุคปัจจุบัน ซึ่งถือได้ว่าตอบโจทย์เอามากๆเลยนะครับสำหรับหน้าตา ในส่วนของแนวเสียงก็ทำออกมาตอบโจทย์ได้ดีไม่แพ้กัน ทั้งเรื่องของเสียงกลางแหลมที่ได้ยินเสียงร้อง บวกกับเครื่องดนตรีหลากหลายในเพลงนั้นๆ ได้ครบถ้วน ราวกับว่ามีวงดนตรีนั้นๆมาเล่นให้คุณฟังอยู่ตรงหน้า ด้วยลำโพงฮอร์นขนาดใหญ่ที่จะทำให้คุณต้องประหลาดใจ บวกกับแนวคิดของ Paul W.Klipsch ที่มีทัศนคติ และอุดมการณ์ในการที่จะสร้างประสบการณ์อันสุดแสนน่าประทับใจให้กับผู้ฟัง เพราะฉะนั้นแล้วคุณจึงไม่ต้องลังเลย ถ้าหากคุณกำลังมองหาลำโพงสุดแสนจะล้ำค่า กับระดับความ HI END ที่จะหาจากที่ไหนไม่ได้แล้ว Klipsch La Scala ถือว่าตอบโจทย์คุณได้เป็นอย่างดี

Share this post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *