ในระบบเสียงระดับมืออาชีพ เพาเวอร์แอมป์มีหน้าที่ขยายสัญญาณเพื่อขับลำโพง แต่การเลือกแอมป์ให้เหมาะกับงานยังต้องพิจารณาทั้งกำลังขับ การจัดการสัญญาณ การเชื่อมต่อ และความสะดวกในการควบคุม โดยเฉพาะระบบที่มีอุปกรณ์หลายตัวหรือต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานอยู่เสมอ

Wharfedale Pro DP-2200N เป็นเพาเวอร์แอมป์ Class D แบบ 2 แชนเนล ในตระกูล DP-N Series ที่รวมภาคขยายกำลังสูง ระบบประมวลผล DSP พร้อม FIR และการเชื่อมต่อ Dante® ไว้ในเครื่องเดียว รองรับทั้งงานแสดงสดและระบบติดตั้งถาวร พร้อมทางเลือกรับสัญญาณแอนะล็อกและดิจิทัลสำหรับการจัดระบบเสียงที่หลากหลาย wharfedalepro.com

มารู้จัก เพาเวอร์แอมป์ Wharfedale Pro DP-2200N

กำลังขับสูง รองรับโหลดต่ำสุด 2 โอห์ม

DP-2200N ใช้ภาคขยาย Class D และรองรับการทำงานแบบแยกสองแชนเนลหรือบริดจ์รวมแชนเนล โดยผู้ผลิตระบุกำลังขับดังนี้

รูปแบบการทำงานอิมพีแดนซ์กำลังขับ
2 แชนเนล8Ω2 × 2,000 วัตต์
2 แชนเนล4Ω2 × 3,400 วัตต์
2 แชนเนล2Ω2 × 4,760 วัตต์
บริดจ์16Ω1 × 4,000 วัตต์
บริดจ์8Ω1 × 6,800 วัตต์
บริดจ์4Ω1 × 9,520 วัตต์

กำลังขับข้างต้นเป็นค่าตามที่ผู้ผลิตระบุบนหน้าสินค้า โดยตารางไม่ได้แจกแจงเงื่อนไขการวัดกำลังขับทั้งหมด wharfedalepro.com

ในการเลือกใช้งานจริง ควรพิจารณากำลังรับของลำโพง อิมพีแดนซ์รวม และการตั้งค่าจำกัดระดับสัญญาณร่วมกัน การรองรับโหลด 2 โอห์มจึงเป็นความยืดหยุ่นในการออกแบบระบบ ไม่ได้หมายความว่าควรต่อลำโพงเพิ่มจนถึงโหลดต่ำสุดในทุกงาน

DSP พร้อม FIR ช่วยจัดการเสียงให้เหมาะกับระบบ

จุดเด่นของ DP-2200N คือการมี DSP หรือระบบประมวลผลสัญญาณดิจิทัลในตัว พร้อมรองรับ FIR โดยควบคุมได้ผ่านแผงหน้าเครื่องและซอฟต์แวร์ DSP Controller

ผู้ผลิตระบุว่าซอฟต์แวร์รองรับการจัดกลุ่มแอมป์ การปรับ EQ และระดับเสียง รวมถึงการเข้าถึงคลังพรีเซ็ต และรองรับ SMAART API เพื่อเชื่อมโยงกับกระบวนการวิเคราะห์และปรับแต่งระบบเสียง wharfedalepro.com

ในทางปฏิบัติ การปรับจากซอฟต์แวร์ช่วยให้ผู้ดูแลระบบจัดการแอมป์หลายเครื่องได้สะดวกขึ้น เช่น ปรับระดับเสียงของแต่ละส่วนให้สมดุล หรือจัดกลุ่มอุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกัน

ส่วน FIR เป็นฟิลเตอร์ดิจิทัลที่สามารถใช้จัดการการตอบสนองความถี่และเฟสได้ตามการออกแบบฟิลเตอร์ ประสิทธิผลจึงขึ้นอยู่กับข้อมูลลำโพง พรีเซ็ต และการตั้งค่าที่เหมาะสม ไม่ใช่ระบบที่ปรับเสียงให้เข้ากับห้องโดยอัตโนมัติเพียงเปิดใช้งาน

เชื่อมต่อได้ทั้ง XLR, Dante® และ AES/EBU

DP-2200N รองรับแหล่งสัญญาณหลายรูปแบบ ทำให้เลือกใช้งานกับระบบเดิมหรือระบบเสียงดิจิทัลได้ตามความต้องการ

การเชื่อมต่อรายละเอียด
อินพุตแอนะล็อกXLR ตัวเมีย 2 ช่อง
สัญญาณเสียงผ่านเครือข่ายDante®
อินพุตเสียงดิจิทัลAES/EBU
ช่องลิงก์สัญญาณXLR ตัวผู้ 2 ช่อง
เอาต์พุตลำโพงขั้วต่อลำโพงแบบ 4 ขั้ว จำนวน 2 ช่อง

นอกจากนี้ ผู้ผลิตยังระบุการใช้ขั้ว XLR แบบล็อกได้และหน้าจอสี IPS สำหรับการใช้งานหน้าเครื่อง wharfedalepro.com

Dante® มีประโยชน์กับระบบที่ส่งสัญญาณเสียงผ่านเครือข่ายระหว่างอุปกรณ์ที่รองรับ ส่วน AES/EBU เป็นอีกทางเลือกสำหรับรับสัญญาณดิจิทัลจากอุปกรณ์ต้นทาง ทั้งสองรูปแบบช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินสัญญาณ แต่ต้องวางแผนการเชื่อมต่อและตั้งค่าให้ตรงกับระบบที่ใช้งาน

รองรับระบบกระจายเสียง 70V และ 100V

นอกจากการขับลำโพงแบบอิมพีแดนซ์ต่ำ DP-2200N ยังรองรับระบบ Hi-Z 70V/100V โดยตารางสเปกเฉพาะรุ่นระบุกำลังขับดังนี้

ระบบ Hi-Zกำลังขับที่ระบุ
70V2 × 2,400 วัตต์
100V2 × 3,400 วัตต์

ความสามารถนี้เพิ่มทางเลือกสำหรับระบบเสียงกระจายหลายจุดในงานติดตั้งถาวร wharfedalepro.com

ระบบ 70V/100V ต้องใช้งานกับลำโพงหรือหม้อแปลงที่รองรับ และคำนวณกำลังรวมของจุดกระจายเสียงให้เหมาะสม จึงควรแยกการออกแบบออกจากระบบลำโพง 4 หรือ 8 โอห์มให้ชัดเจน

ระบบป้องกันและการควบคุมกำลังขับ

DP-2200N มีระบบป้องกันที่ผู้ผลิตระบุไว้ ได้แก่

  • การป้องกันแรงดันไฟเลี้ยงต่ำ
  • การป้องกันกระแสตรงที่เอาต์พุตแอมป์
  • การป้องกันความร้อน
  • การควบคุมกำลังขับตามอุณหภูมิ
  • การควบคุมกำลังขับเมื่อโหลดเกิน

ระบบเหล่านี้ช่วยจัดการสภาวะผิดปกติระหว่างการทำงาน แต่ยังต้องติดตั้งโดยมีพื้นที่ระบายอากาศเพียงพอ ใช้ระบบไฟที่เหมาะสม และตั้งค่าการขับลำโพงอย่างถูกต้อง wharfedalepro.com

ตัวเครื่องกะทัดรัดสำหรับการจัดชุดแร็ก

รายการรายละเอียด
ขนาดตัวเครื่อง กว้าง × สูง × ลึก483 × 45 × 376 มม.
น้ำหนักสุทธิ8 กก.
แรงดันไฟเลี้ยงAC 90–260V, 50/60 Hz
อุปกรณ์ที่ให้มาสายไฟ AC คู่มือ และยางรองเครื่อง 4 ชิ้น

ด้วยความสูงตัวเครื่อง 45 มม. และน้ำหนัก 8 กก. รุ่นนี้จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องจัดการทั้งกำลังขับและพื้นที่ในชุดอุปกรณ์ อย่างไรก็ตาม ควรเผื่อพื้นที่ด้านหลังสำหรับหัวต่อ สาย และการระบายอากาศตามคู่มือด้วย wharfedalepro.com

เหมาะกับผู้ใช้งานแบบไหน?

เมื่อพิจารณาจากความสามารถของเครื่อง DP-2200N เป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาสำหรับ ทีมระบบเสียงงานแสดงสดที่ต้องการกำลังขับสูง ผู้ติดตั้งระบบที่ต้องจัดการเสียงหลายจุด และระบบที่ใช้ Dante® อยู่แล้ว โดยการเลือกใช้งานควรเริ่มจากรุ่นลำโพง จำนวนตู้ โหลดรวม และรูปแบบการส่งสัญญาณ

สำหรับระบบขนาดเล็กที่ไม่ได้ใช้เครือข่ายเสียงหรือการประมวลผลซับซ้อน ควรพิจารณาด้วยว่าความสามารถเหล่านี้ตรงกับงานจริงมากเพียงใด เพื่อเลือกอุปกรณ์ได้เหมาะกับงบประมาณและการดูแลระยะยาว

3. สรุป

Wharfedale Pro DP-2200N รวมกำลังขับสูง การประมวลผล DSP พร้อม FIR และการเชื่อมต่อเสียงที่หลากหลายไว้ในเพาเวอร์แอมป์สองแชนเนล พร้อมรองรับทั้งลำโพงอิมพีแดนซ์ต่ำและระบบกระจายเสียง 70V/100V

จุดเด่นของรุ่นนี้จึงอยู่ที่ความสามารถในการนำไปจัดระบบได้หลายรูปแบบ ทั้งด้านการขับลำโพง การรับสัญญาณ และการควบคุม เมื่อเลือกโหลดและตั้งค่าให้เหมาะสม ก็สามารถเป็นภาคขยายหลักสำหรับงานเสียงมืออาชีพที่ต้องการทั้งพลังและความยืดหยุ่นในการทำงานได้



Related

Projects