งานดนตรี งาน DJ งานสัมมนา และงานอีเวนต์ มีความต้องการด้านระบบเสียงที่แตกต่างกัน

งานดนตรีหรือ Playback อาจต้องการการแยกเสียงซ้าย-ขวาเพื่อสร้างมิติเสียงแบบ Stereo ขณะที่งานพูด งานสัมมนา หรือ Presentation อาจให้ความสำคัญกับความกระชับของระบบ ความรวดเร็วในการติดตั้ง และความชัดเจนของเสียงพูด

ดังนั้น เวลามองหาระบบ PA สำหรับใช้งานจริง คำถามอาจไม่ใช่เพียงว่า “ลำโพงมีกำลังขับกี่วัตต์?”

แต่ควรถามเพิ่มว่า “ระบบเสียงหนึ่งชุด สามารถปรับให้เข้ากับงานที่แตกต่างกันได้มากแค่ไหน?”

นี่คือแนวคิดสำคัญของ PROEL SESSION700

SESSION700 เป็นระบบ Active 2.1 แบบพกพา ประกอบด้วย Column Top 2 ใบ และ Subwoofer 12 นิ้ว 1 ใบ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าจำนวนตู้ คือ Top ทั้งสองสามารถจัดวางได้ต่างกันตามลักษณะงาน ทำให้ Hardware ชุดเดียวสามารถใช้งานได้ทั้งรูปแบบ Stereo 2.1 และ Mono Column

แนวคิดของ SESSION700 จึงสรุปได้ง่าย ๆ ว่า

ONE SYSTEM. TWO CONFIGURATIONS.

“ชุดเดียว จบได้ทั้ง Stereo 2.1 และ Mono Column”

PROEL SESSION700 คืออะไร? ทำไมลำโพงชุดเดียวถึงใช้ได้ทั้ง Stereo 2.1 และ Mono Column

2 Tops + 1 Sub แต่ปรับได้ 2 รูปแบบ

หัวใจของ SESSION700 ไม่ได้อยู่ที่การมีฟีเจอร์จำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ Hardware Architecture ของระบบ

ภายในหนึ่งชุดประกอบด้วย

2 Column Tops + 1 Subwoofer

Top แต่ละใบติดตั้ง Neodymium Driver ขนาด 2.75 นิ้ว จำนวน 6 ตัว เมื่อรวม Top ทั้งสองใบจึงมีไดรเวอร์ทั้งหมด 12 ตัว

จุดสำคัญคือ Top ทั้งสองใบไม่จำเป็นต้องติดตั้งอยู่ใน Configuration เดียวตลอดเวลา แต่สามารถปรับรูปแบบให้เหมาะกับลักษณะงานได้

แบบที่ 1: Stereo 2.1 — แยก Top ซ้ายและขวา

สำหรับงานที่ต้องการมิติเสียงซ้าย-ขวา สามารถแยก Top ทั้งสองใบ โดยให้ใบหนึ่งทำหน้าที่เป็น Left และอีกใบเป็น Right พร้อมใช้ Subwoofer ร่วมกัน 1 ตัว

รูปแบบจึงเป็น

TOP L — SUB — TOP R

Configuration นี้เหมาะกับงาน ดนตรี, DJ, Playback และ Live Performance หรือสถานการณ์ที่ต้องการ Stereo Image

คำว่า Stereo 2.1 มีความสำคัญ เพราะ Top ทั้งสองทำหน้าที่เป็นช่องสัญญาณซ้ายและขวา ส่วนย่านความถี่ต่ำใช้ Subwoofer ร่วมกันหนึ่งตัว

จึงไม่จำเป็นต้องมี Subwoofer แยกซ้ายและขวาสองตัวเพื่อให้ระบบทำงานในรูปแบบ Stereo 2.1

แบบที่ 2: Mono Column — รวม Top ทั้งสองเป็น Column เดียว

เมื่อต้องเปลี่ยนไปทำงานพูด งานสัมมนา Presentation หรืองานที่ต้องการ Setup แบบ Column สามารถนำ Top ทั้งสองใบมาต่อรวมกันเหนือ Subwoofer

รูปแบบจะกลายเป็น

TOP + TOP

SUB

เมื่อรวมกัน Top ทั้งสองจะกลายเป็น Column ที่มีไดรเวอร์รวม 12 ตัว

SESSION700 ใช้ระบบล็อกต่อพ่วงแบบ Die-cast Fast-Linking พร้อมจุดเชื่อมต่อในตัว ทำให้สามารถนำ Top ทั้งสองมาต่อรวมเป็น Column เดียว และสลับระหว่างการใช้งาน Stereo และ Mono ตามลักษณะงานได้

นี่คือจุดที่ทำให้ SESSION700 น่าสนใจสำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำงานประเภทเดียวตลอดเวลา

วันนี้รับงานดนตรี — แยกซ้าย-ขวาเป็น Stereo 2.1

พรุ่งนี้รับงานสัมมนา — รวม Top เป็น Mono Column

โดยยังใช้ระบบชุดเดิม

Configurations ให้ประโยชน์กับคนทำงานอย่างไร?

หากมองเฉพาะสเปก เราอาจเห็นเพียงว่า SESSION700 สามารถเปลี่ยนรูปแบบการติดตั้งได้ แต่ในมุมของคนทำงาน สิ่งนี้หมายถึง ความยืดหยุ่นในการนำระบบเดียวไปใช้กับหน้างานที่แตกต่างกัน

จึงเหมาะกับผู้ใช้งานหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ

Mobile Musician / Duo / Small Band — งานหนึ่งอาจต้องการ Stereo สำหรับ Backing Track ขณะที่อีกงานอาจเหมาะกับ Column Setup ที่กระชับกว่า

DJ / Mobile Event — สามารถแยก Top ซ้าย-ขวาสำหรับงานที่ต้องการ Stereo Presentation

Small Rental / Event Organizer — ระบบเดียวสามารถหมุนเวียนไปใช้กับงานหลายลักษณะ ช่วยลดความจำเป็นในการเตรียมระบบคนละชุดสำหรับแต่ละประเภทงาน

Corporate / Seminar — ใช้ Mono Column สำหรับ Speech หรือ Presentation และเปลี่ยนเป็น Stereo 2.1 เมื่องานมีช่วง Music หรือ Entertainment

จึงแปลจุดเด่นทาง Hardware ออกมาเป็นประโยชน์ในการทำงานได้ว่า

“รับงานหลายแบบ ไม่ต้องขนหลายระบบ”

หรือสั้นที่สุดว่า

“ระบบเดียว เปลี่ยนตามงานได้”

Digital Mixer 8 Channel — ตัวช่วยให้ระบบทำงานได้ครบขึ้น

นอกจากความยืดหยุ่นของ Configuration แล้ว SESSION700 ยังมี Digital Mixer 8 Channel ในตัว

ระบบรองรับอินพุตสำหรับการใช้งานหลายรูปแบบ โดยแต่ละ Channel มี 4-Band Parametric EQ และ Compressor ส่วน Master Section มี 7-Band Graphic EQ, Preset ที่ผู้ใช้บันทึกได้ และ Multi-Effects Processor

ประโยชน์ในการใช้งานจริงคือ ผู้ใช้สามารถจัดการแหล่งสัญญาณและปรับแต่งเสียงจาก SESSION700 ได้โดยตรง ทำให้งานทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่ม Mixer แยกอีกหนึ่งเครื่อง

อย่างไรก็ตาม Digital Mixer ควรถูกมองเป็น Supporting Feature ที่ช่วยให้ระบบทำงานได้ครบขึ้น ไม่ใช่จุดขายหลักที่มาแทนแนวคิด 2 Configurations

เดินไปฟังหน้าเวที แล้วปรับเสียงผ่าน Tablet

การปรับเสียงจากบริเวณหลังลำโพงมีข้อจำกัด เพราะเสียงที่ผู้ควบคุมได้ยินอาจแตกต่างจากเสียงในตำแหน่งผู้ฟัง

SESSION700 รองรับการควบคุม Mixer แบบไร้สายผ่านแอปสำหรับ Tablet Android และ iOS ผู้ใช้งานจึงสามารถเดินไปยังบริเวณผู้ฟัง ฟังเสียงจากตำแหน่งจริง แล้วปรับค่าระบบจาก Tablet ได้

มีข้อควรทราบคือ แอปควบคุมไม่รองรับ Smartphone หากต้องการใช้ Remote App Control ควรเตรียม Tablet หรือ iPad ที่รองรับไว้สำหรับการทำงาน

รายละเอียดลำโพง PROEL SESSION700

เมื่อเข้าใจแนวคิด ONE SYSTEM. TWO CONFIGURATIONS. แล้ว สเปกของ SESSION700 จะทำหน้าที่เป็นหลักฐานสนับสนุนว่าระบบนี้ถูกออกแบบมาอย่างไร

ระบบลำโพง

SESSION700 เป็นระบบ Active 2.1 แบบพกพา ประกอบด้วย Column Top 2 ใบ และ Subwoofer 1 ใบ

ให้ระดับความดังสูงสุด 126 dB Peak และมีช่วงการตอบสนองความถี่ 45Hz–20kHz (-10dB)

Column Top

Top แต่ละใบใช้ Neodymium Driver ขนาด 2.75 นิ้ว จำนวน 6 ตัว รวมสองใบเป็น 12 Drivers

ไดรเวอร์จัดเรียงในแนวตั้ง พร้อมการออกแบบแบบ Progressive Down Tilt เพื่อช่วยกระจายเสียงไปยังพื้นที่ผู้ฟัง โดยระบบมีมุมกระจายเสียงที่ระบุไว้ที่ 100° × 50°

Subwoofer

ใช้ Woofer ขนาด 12 นิ้ว แบบ High-Excursion พร้อม Voice Coil ขนาด 2.5 นิ้ว ในตู้แบบ Vented ทำหน้าที่ดูแลย่านความถี่ต่ำของระบบ

ภาคขยายเสียง

SESSION700 ใช้ภาคขยายเสียง Class D พร้อม SMPS

กำลังขับที่ระบุคือ

LF: 350W Continuous
HF: 175W Continuous × 2
กำลังขับรวมสูงสุด: 1400W Peak

1400W จึงเป็นข้อมูลสนับสนุนประสิทธิภาพของระบบ แต่ไม่ใช่สิ่งแรกที่ควรใช้ในการอธิบายความแตกต่างของ SESSION700

DSP และการควบคุม

ระบบมีการประมวลผลด้วย DSP 32-bit, Digital Mixer, หน้าจอ LCD และ Data Encoder สำหรับควบคุมจากตัวเครื่อง พร้อม Bluetooth และ Remote App Control สำหรับ Tablet

ขนาดและน้ำหนัก

Top แต่ละใบมีขนาด 95 × 476 × 121 มม. และน้ำหนักประมาณ 2.5 กก.

Subwoofer มีขนาด 350 × 514 × 500 มม. และน้ำหนักประมาณ 22 กก.

น้ำหนักรวมของระบบอยู่ที่ประมาณ 27 กก.

ในชุดยังมีอุปกรณ์สำหรับการติดตั้งและขนย้าย ได้แก่ ขาตั้งแบบ M20/35 มม., สาย SPEAKON และกระเป๋าสำหรับ Top ตามรายการในเอกสาร

จุดเด่นของ SESSION700 คือ “ระบบเดียว เปลี่ยนตามงานได้”

หากมอง SESSION700 จากรายการสเปก เราจะเห็นทั้งกำลังขับ 1400W Peak, Digital Mixer, DSP, Effects, Bluetooth และ Tablet App Control

แต่หัวใจสำคัญของ SESSION700 ไม่ใช่การมีฟีเจอร์จำนวนมากที่สุด

สิ่งที่ควรจำคือ Hardware Architecture แบบ

2 Tops + 1 Sub

ที่สามารถเปลี่ยนเป็น

STEREO 2.1

Top L — Sub — Top R

เหมาะกับ งานดนตรี / DJ / Playback

หรือ

MONO COLUMN

Top + Top — Sub

เหมาะกับ งานพูด / Seminar / Corporate

ทั้งหมดทำได้จาก Hardware ชุดเดียว โดยเอกสารของผลิตภัณฑ์ระบุถึงการแยก Top สำหรับการใช้งาน Stereo และการนำ Top ทั้งสองมาต่อรวมเป็น Column 12-driver สำหรับการใช้งาน Mono

ดังนั้น ถ้าถามว่า “PROEL SESSION700 คืออะไร?”

คำตอบจึงไม่ควรหยุดอยู่แค่ว่าเป็นลำโพง Column กำลังขับ 1400W ที่มี Digital Mixer ในตัว

แต่ SESSION700 คือ ระบบ PA แบบ 2 Tops + 1 Sub ที่ออกแบบให้ปรับรูปแบบตามลักษณะงาน สามารถสลับระหว่าง Stereo 2.1 และ Mono Column ได้จากระบบชุดเดียว

เหมาะกับนักดนตรี DJ ผู้ให้บริการเครื่องเสียง และผู้จัดงานที่ต้องรับงานหลายรูปแบบ และต้องการใช้ระบบให้ยืดหยุ่นตามแต่ละหน้างาน

ONE SYSTEM. TWO CONFIGURATIONS.

ชุดเดียว จบได้ทั้ง Stereo 2.1 และ Mono Column

รับงานหลายแบบ ไม่ต้องขนหลายระบบ



Related

Projects